เจมส์ แฮกเกตต์ ประธานเจ้าหน้าที่่บริหารบริษัทฟอร์ด มอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมาว่า นโยบายกำแพงภาษีเหล็กและอลูมิเนียมของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่มีผลบังคับใช้ส่งผลให้กำไรของบริษัทหายไปถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และว่าหากนโยบายดังกล่าวยังคงมีต่อไปจะทำให้ความเสียหายมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตามแม้แฮกเกตต์ จะไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ความสูญเสียดังกล่าวเกิดขึ้น แต่โฆษกของฟอร์ดระบุว่าเป็นการอ้างถึงการคาดการณ์รายได้ในช่วงปี 2561-2562 ช่วงเวลาที่ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นจากกำแพงภาษี
ด้านริค ชอสเท็ค รองประธานบริหารบริษัทฮอนด้า อเมริกาเหนือ พูดถึงนโยบายกำแพงภาษีเช่นกันว่านโยบายดังกล่าวส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้นหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีแม้ว่าโลหะที่ใช้ในรถยนต์กว่า 90 เปอร์เซ็นต์จะผลิตในสหรัฐก็ตาม
ทั้งนี้สหรัฐตั้งกำแพงภาษีนำเข้าเหล็ก 25 เปอร์เซ็นต์ และอลูมิเนียม 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

