เจิ่น ดั่ย กวาง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเวียดนาม ผู้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีเวียดนาม ตั้งแต่ปี 2016 เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมาด้วยวัย 61 ปี
กวาง ผู้ได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองเกรี้ยวกราด เถรตรงไม่ยืดหยุ่น และไม่ทนกับเสียงคัดค้าน เกิดในเมืองนินห์-บินห์ ภาคเหนือของประเทศเวียดนาม เข้าศึกษาในโรงเรียนตำรวจก่อนศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศในกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม
กวาง เข้าทำงานในกระทรวงความมั่นคง ในปี 1975 และไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงในกระทรวงซึ่งทรงอำนาจและลึกลับควบคุมหน่วยงานอย่างตำรวจลับ รวมถึงหน่วยข่าวกรองของประเทศ อย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีชื่อเสียงในฐานะนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของประเทศ แต่กวาง ผู้เป็นสมาชิกคณะโปลิตบูโร มักจะแสดงถึงความประหม่าต่อหน้าสื่อและขาดซึ่งเสน่ห์เมื่อเปรียบเทียบกับนักการเมืองระดับสูงของเวียดนาม
ในการให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี เมื่อปี 2016 กวาง อ่านตามสคริปต์ที่เตรียมการมาล่วงหน้า และมีเจ้าหน้าที่พาตัวออกไปเมื่อผู้สื่อข่าวถามคำถามที่อยู่นอกเหนือจากสคริปต์
ช่วงเวลาดำรงตำแหน่งของกวาง แม้จะปกคลุมไปด้วยความขัดแย้งกับเพื่อนบ้านอย่างจีนที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ ในประเด็นทะเลจีนใต้ แต่ทางการจีนก็แสดงความเสียใจหลังกวางเสียชีวิตโดยยกย่องว่า ผู้นำเวียดนามเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการปฏิรูปและพัฒนาประเทศ
นอกจากนี้ยังเป็นที่ทราบกันดีว่า กวาง เน้นไปที่นโยบายปราบปรามคอรัปชั่นอย่างเด็ดขาด นโยบายที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นเพียงนโยบายทำลายคู่แข่งทางการเมือง โดยในปี 2018 เพียงปีเดียว กวาง กวาดล้างผู้เห็นต่างและจับกุมคุมขังไปแล้ว 40 ราย
การเสียชีวิตของประธานาธิบดีเวียดนาม ถูกมองว่าจะไม่กระทบกับสเถียรภาพทางการเมืองในเวียดนามมากนัก เนื่องด้วยความมั่นคงของระบอบปกครองโดยพรรคเดียว รวมไปถึงบทความบริหารส่วนใหญ่จะอยู่ที่นกยกรัฐมนตรีเวียดนาม
อย่างไรก็ตามในฐานะตำแหน่งประมุขของประเทศ กวาง มักปรากฎตัวในงานพิธีต้อนรับผู้นำประเทศ เป็นประธานในงานทางการทูตเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของเวียดนามในเวทีโลก เช่นการเป็นประธานในการประชุมเอเปค ที่เมืองดานัง เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 ที่ผ่านมาที่มีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และวลาดิมีร์ ปูติน ประธานธิบดีรัสเซียเข้าร่วมประชุมด้วย
ในช่วงเดือนที่ผ่านมา กวาง ผู้ที่เข้ารักษาตัวที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงปีที่ผ่านมา ปรากฎตัวต่อสาธารณะในการต้อนรับ โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซียเมื่อเดือนสิงหาคม ด้วยสภาพร่างกายที่ดูผ่ายผอมและอิดโรย และปรากฎตัวครั้งล่าสุดเมื่อสองวันก่อนในการประชุมร่วมกับนักการเมืองจากประเทศจีนและเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากต่างชาติ ก่อนที่จะเสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน โดยแถลงการณ์ระบุว่าเป็นการติดเชื้อไวรัสชนิดหายากชนิดหนึ่ง

