สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา รัฐสภาแคนาดามีมติให้ถอดถอนสิทธิความเป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์แคนาดาที่มอบให้แก่นางออง ซาน ซูจี ในปี 2550 ไป เนื่องจากนางซูจี ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาแห่งรัฐของรัฐบาลเมียนมา ปฏิเสธที่จะประณามการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา ชนกลุ่มน้อยในประเทศเมียนมา
นายอดัม ออสเทน โฆษกของนางคริสเทีย ฟรีแลนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศแคนาดา กล่าวว่า “ในปี 2550 สภาสามัญชน(สภาผู้แทนราษฎร) ได้มอบสถานะพลเมืองกิตติมศักดิ์ให้แก่นางออง ซาน ซูจี มาวันนี้สภาสามัญลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ถอนสถานะดังกล่าว” พร้อมให้เหตุผลว่าเป็นเพราะนางซูจีดึงดันปฏิเสธที่จะประณามการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา และว่า แคนาดาจะยังคงให้การสนับสนุนชาวโรฮีนจาด้วยการจัดหาความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม บังคับใช้การคว่ำบาตรต่อนายทหารระดับสูงในกองทัพเมียนมา และเรียกร้องให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการก่อความรุนแรงต่อชาวโรฮีนจามารับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว
ท่าทีล่าสุดของรัฐสภาแคนาดามีขึ้นหลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อนแคนาดาประกาศให้การใช้กำลังปราบปรามชาวโรฮีนจาอย่างรุนแรงของกองทัพเมียนมา ซึ่งยังเป็นผลให้ชาวโรฮีนจาราว 700,000 คนต้องอพยพออกนอกประเทศไปตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมานั้นเป็น “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา”
ทั้งนี้การมอบสิทธิความเป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ของแคนาดาให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก ที่ผ่านมารัฐบาลแคนาดาเคยมอบสถานะอันทรงเกียรตินี้ให้แก่บุคคลเพียง 5 คนเท่านั้นนอกเหนือจากนางซูจีแล้ว เช่น องค์ทะไล ลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณชาวทิเบต มาลาลา ยูซาฟไซ นักต่อสู้เพื่อสิทธิทางการศึกษาของเด็กผู้หญิงชาวปากีสถาน และ อดีตประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา นักสู้ผู้ต่อต้านการเหยียดผิวชาวแอฟริกาใต้

