
เมื่อวันที่ 29 กันยายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานความคืบหน้าล่าสุดของเหตุแผ่นดินไหวความรุนแรง 7.5 แมกนิจูดและคลื่นสึนามิสูง 1.5-2 เมตร ถล่มเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซียว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้พุ่งขึ้นไปถึง 384 รายแล้ว และมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน จากการเปิดเผยของสำนักงานภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซียที่ยังระบุว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ในเมืองปาลู บนเกาะสุลาเวสี ซึ่งอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางเกิดแผ่นดินไหวนอกชายฝั่งเกาะสุลาเวสีครั้งนี้ไปไม่ถึง 80 กม. และมีความเป็นไปได้ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจมีเพิ่มขึ้นอีก

นอกจากนี้สำนักงานภัยพิบัติแห่งชาติฯยังแสดงความห่วงกังวลต่อชะตากรรมของประชาชนอีกหลายร้อยคนที่กำลังเตรียมการจัดงานเทศกาลชายหาดที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์(28 ก.ย.)ที่ผ่านมาด้วย เนื่องจากยังไม่ทราบชะตากรรมว่าเป็นอย่างไร ขณะที่มีรายงานพบศพผู้เสียชีวิตจำนวนมากตามแนวชายฝั่งเมืองปาลู หลังจากคลื่นสึนามิสูง 1.5 เมตร -2 เมตรซัดถล่ม

นายซูโตโป ปูร์โว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานภัยพิบัติแห่งชาติฯ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้ที่แน่ชัด เนื่องจากระบบการสื่อสารโทรคมนาคมในพื้นที่ประสบภัยถูกตัดขาด ทว่ามีการพบศพผู้เสียชีวิตจำนวนมากตามแนวชายฝั่งจากการถูกคลื่นสึนามิซัดเข้าใส่

ข่าวแจ้งว่า สภาพบรรยากาศในเมืองปาลูเต็มไปด้วยความโกลาหล โดยโรงพยาบาลต่างๆในพื้นที่ประสบภัยต้องรับมือกับการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งนี้ที่มีจำนวนมากถึงราว 540 ราย ซึ่งทางโรงพยาบาลต้องอาศัยลานโล่งกลางแจ้งในการรองรับผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

ขณะที่ชาวบ้านที่รอดชีวิตก็ช่วยกันค้นหาร่างของผู้เสียชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังต่างๆออกมา หลังจากแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวได้ทำให้อาคารบ้านเรือนจำนวนมาก รวมถึงโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ถนนหนทางทรุดถล่มพังเสียหายหรือเกิดรอยร้าว และยังทำให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง

ในโลกโซเชียลยังมีการแชร์คลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์ขณะคลื่นสึนามิถาโถมเข้าซัดชายฝั่งเมืองปาลู ที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวครั้งนี้ไปราว 80 กิโลเมตร ทำให้อาคารหลายหลังทรุดถล่มพังลงมาและคลื่นยักษ์ยังไหลเข้าท่วมมัสยิดใหญ่ของเมืองได้รับความเสียหายหนัก นอกเหนือจากสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ที่พากันอพยพหนีขึ้นที่สูงในทันทีหลังมีคลื่นสูงก่อตัวขึ้น
นอกจากนี้ยังมีภาพของชายคนหนึ่งเดินอุ้มร่างไร้วิญญาณของเด็กชายตัวเล็กๆที่มีดินโคลนเปรอะเปื้อนตัวขึ้นมา สะท้อนภาพความสูญเสียที่น่าเศร้าสลดใจ
