เมื่อวันที่ 24 เมษายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เกิดเหตุพายุลูกเห็บตกทั่วประเทศพม่าใน 5 รัฐ ตั้งแต่วันที่ 22-23 เมษายนที่ผ่านมา โดยลูกเห็บที่ตกลงมาบางลูกมีขนาดเท่ากับลูกกอล์ฟ เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 8 ราย และทำลายเจดีย์และอาคารหลายพันหลัง
ข่าวระบุว่า พายุลูกเห็บดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีคลื่นความร้อนเกิดขึ้นมานานหลายสัปดาห์ในพม่าส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นถึง 40 องศาเซลเซียส โดยนายพิว เล่ย เล่ย ตัน ผู้อำนวยการสำนักงานสวัสดิการ บรรเทาทุกข์และการตั้งรกรากใหม่ของพม่า เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า จากข้อมูลเบื้องต้นเท่าที่ทราบมาคือ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย และบ้านเรือนราว 7,500 หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เสียชีวิตอาจจะเพิ่มสูงขึ้นอีกหากมีข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามา
สำหรับผู้เสียชีวิตนั้น มี 6 รายที่มาจากหมู่บ้านเยทายุก ในเขตมัณฑะเลย์ หลังจากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ส่วนเขตอื่นๆ รวมทั้งเขตสะกายและมาเกว รวมทั้งรัฐชานและชิน ต่างได้รับผลกระทบจากพายุลูกเห็บครั้งนี้
ขณะที่ภาพถ่ายและภาพจากสถานีโทรทัศน์แสดงให้เห็นลูกเห็บขนาดใหญ่ที่ตกลงมาตามท้องถนนและตกใส่หลังคาบ้านเรือน ทำให้ประชาชนต่างต้องรีบวิ่งหาที่หลบลูกเห็บกันจ้าละหวั่น ชาวบ้านคนหนึ่งในเขตมัณฑละเย์เปิดเผยกับเอเอฟพีว่าลูกเห็บบางลูกที่มีขนาดใหญ่เท่ากับลูกกอล์ฟ และส่วนใหญ่จะมีขนาดเท่ากับก้อนน้ำแข็งที่ใส่ในแก้วน้ำสำหรับดื่ม
ด้านโกลบอลนิวไลท์ออฟเมียนมา รายงานวันเดียวกันว่า มีเจดีย์กว่า 1,700 แห่งถูกทำลายเนื่องจากพายุลมแรงที่เกิดขึ้นในรัฐชานตอนใต้ของพม่าในช่วงคืนวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีการเผยแพร่บนโลกสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นยอดของเจดีย์บางแห่งที่มีอายุหลายร้อยปี ร่วงหล่นลงพื้น

