
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งราชบัณฑิตสวีเดน ซึ่งเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกผู้เหมาะสมเข้ารับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ได้ประกาศให้ 3 นักฟิสิกส์ เป็นผู้ได้รับรางวัลประจำปี 2561 นี้ โดยครึ่งหนึ่งของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ มอบให้ ศาสตราจารย์ อาร์เธอร์ แอชกิน นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา ในฐานะเป็นผู้คิดค้น “ออพติคอล ทวีซเซอร์” ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติการประยุกต์ใช้ลำแสงเลเซอร์ในด้านการแพทย์และอุตสาหกรรม

คณะกรรมการฯยกย่องผลงานการคิดค้นอุปกรณ์ดังกล่าวซึ่งประสบความสำเร็จในการใช้แรงกดของแสงเพื่อขยับวัตถุทางกายภาพให้เคลื่อนไหว โดยประสบความสำเร็จครั้งแรกในการทดลองใช้ลำแสงเลเซอร์ผลักดันอนุภาคขนาดเล็กให้เคลื่อนเข้าสูงใจกลางของลำแสง และตรึงไว้กับที่ในจุดดังกล่าว ซึ่งถูกพัฒนาต่อมาให้กลายเป็นอุปกรณ์ “ออพติคอล ทวีซเซอร์” นั่นเอง
ศาสตราจารย์แอชกินประสบความสำเร็จเมื่อปี 2530 จากการใช้ทวีซเซอร์จับตัวเชื้อแบคทีเรียด้วย “นิ้วเลเซอร์” ของอุปกรณ์โดยไม่ทำลายเชื้อแบคทีเรียดังกล่าว ก่อนที่จะปรับปรุงอุปกรณ์จนมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายในเวลานี้เพื่อการศึกษากลไกของสิ่งมีชีวิต

รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ อีกครึ่งหนึ่งมอบให้กับ ศาสตราจารย์ เจราด์ มูรู ชาวฝรั่งเศส และ ดร. ดอนนา สติคแลนด์ ชาวแคนาดา ซึ่งร่วมกันพัฒนาแสงเลเซอร์ที่มีจังหวะสั้นที่สุดและมีความเข้มข้นสูงสุดหรือ อัลตราชอร์ท ไฮ-อินเทนซิตี เลเซอร์ และในเวลาต่อมาได้ร่วมกันคิดค้นเทคนิคใหม่เรียก เชิร์พด์ พัลส์ แอมพลิฟิเคชัน (ซีพีเอ) ซึ่งถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์ รวมทั้งการใช้ในการผ่าตัดเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของดวงตาคนนับล้านๆ คนต่อปีอยู่ในเวลานี้
