เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ศาลแขวงกลางกรุงโซลของเกาหลีใต้ พิพากษาโทษจำคุก 15 ปี ต่อนายอี มยอง บัก อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ในวัย 76 ปี ที่ปัจจุบันเป็นซีอีโอของบริษัทดีเอเอส ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ในฐานความผิดจากการทุจริตในหลายข้อหา รวมถึงการรับสินบนและฉ้อโกง ส่งผลให้นายอี เป็นอดีตผู้นำเกาหลีใต้คนล่าสุดที่จะถูกส่งเข้าคุก
นายอี ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระหว่างปี 2551-2556 ถูกยื่นฟ้องดำเนินคดีเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ในหลายข้อหารวมถึงการติดสินบน ฉ้อโกงและใช้อำนาจมิชอบ โดยศาลพิจารณาพบว่าจำเลยกระทำความผิดจริงในข้อกล่าวหาดังกล่าว จึงสั่งโทษจำคุก 15 ปี และศาลยังสั่งปรับเงินจำเลยเป็นจำนวน 13,000 ล้านวอน (ราว 377 ล้านบาท)ด้วย
นอกจากนี้นายอียังถูกพบว่ากระทำผิดจากการรับเงินสินบนจำนวนเกือบ 6,000 ล้านวอน จากบริษัทซัมซุงอิเลคทรอนิกส์ เพื่อแลกกับการอภัยโทษให้กับนายอี คุน ฮี ประธานบริษัทซัมซุงที่ได้รับโทษจำคุกจากคดีเลี่ยงภาษี ด้านโฆษกของบริษัทซัมซุงยังไม่ได้ให้ความเห็นใดๆต่อคำตัดสินของศาลครั้งนี้
อย่างไรก็ดีในการพิจารณาตัดสินคดีครั้งนี้ที่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ไปทั่วประเทศด้วย นายอี มยอง บัก ไม่ได้มาขึ้นศาลรับฟังการไต่สวน โดยให้เหตุผลว่าป่วย และยังเป็นการแสดงการประท้วงต่อศาลที่ตัดสินใจให้มีการถ่ายทอดการไต่สวนคดีนี้ทางโทรทัศน์
ก่อนหน้านี้นายอีปฏิเสธเอกสารสำนวนฟ้องของอัยการและคำให้การจากญาติพี่น้องและที่ปรึกษาของตนเองว่าเป็นการสร้างพยานหลักฐานขึ้นมา
ขณะที่ทนายความของนายอีกล่าวถึงคำตัดสินของศาลครั้งนี้ว่าเป็นสิ่งที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง และว่า จะหารือกับนายอีถึงการยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อไปและจะหาข้อสรุปให้ได้ในวันจันทร์(8 ต.ค.)นี้
ทั้งนี้ขณะนี้มีอดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ 4 รายที่ยังมีชีวิตอยู่ซึ่งถูกตัดสินว่ากระทำผิดทางอาญาในข้อหาต่างๆ ในจำนวนนี้มีน.ส.ปาร์ค กึน เฮ อดีตประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้ ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาทุจริตและใช้อำนาจมิชอบรวมอยู่ด้วย

