หน้าแรก ต่างประเทศ อดีตทูตอังกฤษ...

อดีตทูตอังกฤษประจำรัสเซีย ชี้พฤติกรรมรัสเซียเสี่ยงจุดชนวนสงครามโลกครั้งที่3

8.10.18 | 03:50 น.
เซอร์ โทนี เบรนตัน (ภาพ-wikimedia CC BY 2.0)

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม หนังสือพิมพ์ ดิ เอกซ์เพรส ของอังกฤษ รายงานว่า เซอร์ โทนี เบรนตัน ซึ่งเคยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซียระหว่างปี 2547-2551 เปิดเผยระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการ “ทูเดย์” รายการวิทยุของนายจอห์น ฮัมฟรีย์ ทางสถานีวิทยุ เรดิโอ4 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมนี้ โดยเตือนว่า รัสเซียอาจใช้แฮกเกอร์ที่ทำงานให้กับทางการ จัดการเจาะระบบเพื่อปิดการทำงานของระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าและพลังงานอื่นๆ ของอังกฤษ แบบเดียวกับที่เคยทำให้ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าของยูเครนเป็นอัมพาตมาแล้ว ซึ่งอาจก่อให้เกิด “วิกฤตที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง” เพราะอาจลุกลาม ขยายตัวกลายเป็นสงครามระดับโลกครั้งที่ 3 ขึ้นมาก็เป็นได้

เซอร์ โทนี กล่าวถึงความขัดแย้งทางการทูตระหว่างอังกฤษกับรัสเซียที่เป็นอยู่ในเวลานี้ สืบเนื่องจากกรณีที่อังกฤษกล่าวหาสายลับ 2 รายของหน่วยสืบราชการลับของกองทัพรัสเซียเดินทางเข้ามาลอบสังหารชาวรัสเซียผู้แปรพักตร์ถึงในดินแดนของอังกฤษ และหลังจากนั้นยังให้แฮคเกอร์ โจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลอังกฤษและหน่วยงานระหว่างประเทศอย่าง องค์การเพื่อการห้ามการเผยแพร่อาวุธเคมี (โอพีซีดับเบิลยู) ในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ว่า ถือเป็นวิธีการจารกรรมที่จะยังคงดำเนินต่อไป ไม่มีหยุด แม้ว่าจะทำให้ภาพลักษณ์ของรัสเซียกลายเป็น “รัฐนอกรีต” มากขึ้นก็ตาม

“แต่กรณีที่เป็นปัญหา และเป็นอันตรายที่แท้จริง คือการโจมตีทางไซเบอร์ เหมือนอย่างที่รัสเซียกระทำต่อระบบไฟฟ้าของยูเครนก่อนหน้านี้” อดีตทูตอังกฤษประจำรัสเซียระบุ พร้อมกับย้ำว่า สงครามเงียบทำนองดังกล่าวนี้กำลังดำเนินอยู่ในเวลานี้โดยมีรัสเซียเป็นผู้นำในการก่อการ

“อันตรายก็คือ ในกรณีที่ใครสักคน ลงมือทำอะไรสักอย่างที่สามารถลุกลามบานปลายออกไปจนเหนือการควบคุม อย่างเช่นการจัดการทำให้การทำงานของระบบจ่ายพลังงาน (ไฟฟ้า) ของประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นอัมพาตไปทั้งระบบ ซึ่งหากเกิดเหตุเช่นนั้นขึ้น จะทำให้เราเดินเข้าสู่สถานการณ์เผชิญหน้าครั้งสำคัญและเราไม่มีหนทางใดๆ ที่จะควบคุมไม่ให้สถานการณ์ที่ว่านั้นบานปลายได้เลย

“สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็เหมือนกับการคุกคามของภัยของสงครามนิวเคลียร์ เมื่อเกิดมีการลงมือใช้อาวุธนิวเคลียร์เข้าใส่ประเทศอื่นก่อนนั่นเอง” เซอร์ โทนี ระบุ

Advertisement