คอลัมน์ไฮไลต์โลก: แคมเปญ “VOW” รณรงค์ต้านแต่งงานวัยเด็ก

รอยเตอร์

การแต่งงานตั้งแต่วัยเด็ก เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของโลก ที่มีหลายฝ่ายหลายองค์กรพยายามร่วมกันหาทางป้องกันและผลักดันแก้ปัญหาอยู่

การแต่งงานในวัยเด็กที่ “เซฟ เดอะ ชิลเดรน” ( Save the Children) องค์การช่วยเหลือเด็ก นิยามว่าเป็นการแต่งงานทั้งที่เป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติและการใช้ชีวิตอยู่กินด้วยกันเฉยๆ ไม่มีพิธีรีตอง ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย เป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเด็กผู้หญิงเสียมากกว่า ซึ่งจากข้อมูลของ “เกิร์ลส์ น็อท ไบรด์ส” (Girls Not Brides) ที่เกิดจากการรวมตัวกันขององค์กรภาคประชาสังคมกว่า 1,000 องค์กรจากกว่า 95 ประเทศทั่วโลกบอกว่า ในแต่ละปีมีเด็กผู้หญิงที่ต้องแต่งงานตั้งแต่วัยเด็กราว 12 ล้านคน หรือคิดเป็นในทุกๆ 1 นาที มีเจ้าสาววัยเด็กเกิดขึ้น 23 คน หรือเฉลี่ยเกือบ 1 คนในทุกๆ 2 วินาที

จากปัญหาการแต่งงานวัยเด็กที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายทั่วโลก ทำให้เกิดความพยายามจากหลายภาคส่วนในการต่อสู้กับปัญหานี้ ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้มีความเคลื่อนไหวในภาคธุรกิจการแต่งงานในสหรัฐอเมริกาที่ประกาศจะนำผลกำไรส่วนหนึ่งของผู้ประกอบธุรกิจนี้มาร่วมสมทบทุนในการต่อสู้กับปัญหาการแต่งงานวัยเด็ก ภายใต้แคมเปญ “VOW” ที่มีเจ้าหญิงมาเบลแห่งออเรนจ์-นัสเซา แห่งเนเธอร์แลนด์ ผู้ทรงเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ทรงเป็นผู้ตั้งแคมเปญนี้ขึ้นมา เพื่อรณรงค์ให้สังคมตระหนักและร่วมกันเป็นหนึ่งแรงผลักดันการแก้ปัญหานี้

เจ้าหญิงมาเบลตรัสกับมูลนิธิธอมสันรอยเตอร์สถึงแคมเปญนี้ว่า คู่สามีภรรยาและภาคเอกชนสามารถช่วยในเรื่องนี้ได้ในการทำให้เกิดการตระหนักรับรู้ว่าเด็กผู้หญิงที่ยังไม่พร้อมจะแต่งงาน พวกเธอสามารถพูดออกมาได้ว่า “ไม่แต่ง”


กลุ่มนักรณรงค์ชี้ถึงปัญหานี้ว่าการแต่งงานในวัยเด็กได้ก่อผลพวงปัญหามากมายขึ้นตามมา ที่ทำให้เด็กต้องออกจากโรงเรียน เกิดการจำกัดโอกาสทางเศรษฐกิจ ทำให้เด็กตกอยู่ในความเสี่ยงอันตรายด้านสุขภาพและการถูกล่วงละเมิด และยังมีความเป็นไปได้ที่เด็กเหล่านี้จะต้องใช้ชีวิตอยู่ในความยากจน มากกว่าคนที่แต่งงานช้ากว่านี้

ต่อปัญหานี้เจ้าหญิงมาเบลทรงชี้ว่าส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาคือการทำงานในระดับชุมชน ที่จำเป็นจะต้องทำให้คนเราเข้าใจในปัญหาและเข้าใจว่าใครคือผู้มีอำนาจในการสร้างความเปลี่ยนแปลง

จากการเปิดเผยของ เดอะ น็อท (The Knot) เว็บไซต์เกี่ยวกับการวางแผนแต่งงานระบุว่า ในแต่ละปีภาคธุรกิจการจัดงานแต่งงานในสหรัฐมีมูลค่าสูงถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทางน็อทและภาคเอกชนในแวดวงธุรกิจนี้จะทำงานร่วมกับแคมเปญ VOW ในการระดมเงินสนับสนุนผ่านการขายสินค้าและบริการ การระดมเงินบริจาคผ่านทางโซเชียลมีเดียและการรับบริจาคโดยตรง โดยเงินบริจาคทั้งหมดภายใต้แคมเปญ VOW จะนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือในโครงการต่างๆผ่านกองทุน เกิร์ลส์ เฟิร์สต์ ฟันด์ ที่มูลนิธิฟอร์ด ฟาวน์เดชั่น ช่วยก่อตั้งขึ้น ที่ ดาร์เรน วอล์กเกอร์ ประธานมูลนิธิฟอร์ด กล่าวว่า การแก้ปัญหาการแต่งงานวัยเด็กจำเป็นที่จะต้องมีหุ้นส่วนพันธมิตรร่วมมือกันในการทำงานแก้ปัญหาที่เราไม่เคยมีมาก่อนในอดีตที่ผ่านมา

ทั้งนี้ภายใต้แคมเปญของ VOW จะให้การสนับสนุนทางการเงินในความพยายามต่างๆ ในการแก้ปัญหานี้ ซึ่งรวมถึงการผลักดันให้ผู้นำทางศาสนาช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนในชุมชนที่มีต่อเด็กผู้หญิงว่าไม่ได้เป็นเครื่องมือทางเพศ หรือการสร้างเครือข่ายในการช่วยเหลือต่อต้านการแต่งงานวัยเด็ก ตลอดจนการให้การศึกษาแก่กลุ่มเด็กที่แม้จะแต่งงานไปแล้วก็ตามด้วย

บทความก่อนหน้านี้ดีป้า จับมือ สวทช. เผยโฉมขุนพลซอฟต์แวร์ไทยรั้งแชมป์ ‘ซีเอ็มเอ็มไอ’ ในอาเซียน
บทความถัดไป‘เศรษฐพงค์’ ลาออก รองประธานกสทช. จ่อสมัคร ภูมิใจไทย 12 ต.ค.นี้