เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า โมฮัมเหม็ด ดิวจี มหาเศรษฐีหนุ่มชาวแทนซาเนีย วัย 43 ปี ที่นิตยสารฟอร์บส์ระบุว่าเป็นมหาเศรษฐีที่หนุ่มที่สุดในทวีปแอฟริกา ถูกกลุ่มมือปืนลักพาตัวหายไปในเมืองดาร์เอสซาลาม เมืองใหญ่สุดในประเทศแทนซาเนีย
จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า นายดิวจีถูกลักพาตัวไปขณะเขาไปออกกำลังกายในยิมของโรงแรมที่เขาไปเป็นประจำทุกเช้า โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องในเหตุลักพาตัวมหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่รายนี้ไว้ได้ 3 ราย และผู้ก่อเหตุลักพาตัวนายดิวจีอีก 2 คนเชื่อว่าเป็นชาวต่างชาติ ส่วนแรงจูงใจของการลักพาตัวนายดิวจีครั้งนี้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด
ด้านนายแจนยัวรี มาคัมบา รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของแทนซาเนีย ซึ่งเป็นเพื่อนของนายดิวจีทวีตข้อความเปิดเผยว่าได้คุยกับพ่อและครอบครัวของนายดิวจีแล้ว ได้รับการยืนยันว่านายดิวจีถูกคนลักพาตัวไป
สำหรับนายดิวจี เป็นมหาเศรษฐีหนุ่มชาวแทนซาเนียที่ “ฟอร์บส์” นิตยสารอันทรงอิทธิพลในแวดวงเศรษฐกิจการเงินระบุว่า มีทรัพย์สินราว 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 49,200 ล้านบาท) และเป็นมหาเศรษฐีพันล้านเพียงคนเดียวในประเทศแทนซาเนีย และในปี 2017 ฟอร์บส์ระบุว่านายดิวจีเป็นมหาเศรษฐีที่หนุ่มที่สุดในแอฟริกา
นายดิวจี หรือเป็นที่รู้จักกันดีของชาวแทนซาเนียว่า “โม” สามารถบริหารธุรกิจค้าปลีกของครอบครัวให้กลายมาเป็นบรรษัทค้าปลีกรายใหญ่อยู่ในกลุ่มแพน-แอฟริกันได้ โดยบริษัท “METL” ของนายดิวจี มีการลงทุนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องดื่มและน้ำมันพืชในอย่างน้อย 6 ประเทศในทวีปแอฟริกา

