เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เกิดเหตุนักปีนเขา 9 คนจากคณะนักเดินทางชาวเกาหลีใต้ประสบเหตุเสียชีวิตบนยอดเขากูร์จา ในประเทศเนปาล ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 7 ของโลก หลังจากเผชิญพายุหิมะรุนแรงพัดถล่ม
จากการเปิดเผยของนายเซลีช ธาปา โฆษกตำรวจเนปาลระบุว่า เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุการเสียชีวิตน่าจะมาจากการเจอพายุหิมะ เนื่องจากในพื้นที่เกิดเหตุมีต้นไม้หักโค่นและเต๊นท์ที่พักล้มกระจัดกระจาย รวมถึงศพผู้เสียชีวิตเองด้วย โดยศพของนักปีนเขา 8 ราย ที่เป็นชาวเกาหลีใต้ 4 ราย และไกด์ชาวเนปาล 4 คน ถูกทีมค้นหาพบที่แคมป์ที่พักท่ามกลางซากปรักหักพังในพื้นที่ดังกล่าวเมื่อช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้ แต่ด้วยสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งและไม่เสถียรเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของทีมค้นหาเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีนักปีนเขาคนที่ 9 ซึ่งเป็นชาวเกาหลีใต้ ที่ตอนแรกถูกระบุว่าสูญหาย แต่ในภายหลังได้มีการยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว
ทั้งนี้ได้มีการส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าไปลงจอดบริเวณเหนือแคมป์ที่พักของคณะนักปีนเขากลุ่มนี้แล้ว ทว่ายังไม่สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตรายใดขึ้นมาได้
ด้านนายวังชู เชอร์ปา จากเทร็กกิ้ง แคมป์ เนปาล ผู้ดูแลจัดการการเดินทางให้แก่นักปีนเขาชุดนี้ เปิดเผยว่า ได้เห็นสัญญาณไม่สู้ดีหลังจากไม่ได้รับการติดต่อจากคณะนักปีนเขาชุดนี้เลยนานถึงเกือบ 24 ชั่วโมง จึงได้ส่งคนจากหมู่บ้านและส่งเฮลิคอปเตอร์ออกไปค้นหา
สื่อท้องถิ่นรายงานว่าคณะนักปีนเขาชุดนี้เป็นชาวเกาหลีใต้และมีไกด์ชาวเนปาล ได้ขึ้นไปตั้งแคมป์อยู่บริเวณตีนเขาของยอดเขากูร์จาที่มีความสูงถึง 7,193 เมตร ซึ่งทั้งหมดกำลังรอให้สภาพอากาศเปิดเพื่อที่จะได้ปีนขึ้นไปบนยอดของยอดเขากูร์จาได้ โดยในกลุ่มนักปีนเขาชาวเกาหลีใต้ที่เสียชีวิตกลุ่มนี้มีนายคิม ชาง โฮ นักปีนเขาที่เคยสร้างสถิติในปี 2556 ในฐานะเป็นบุคคลที่ปีนเขาได้เร็วที่สุดที่ขึ้นไปถึงยอดเขาที่สูงที่สุด 14 แห่งในโลกโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ออกซิเจนเสริมรวมอยู่ด้วย

