ทางการซาอุดีอาระเบียออกมาเตือนเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมาว่าจะตอบโต้ต่อมาตรการลงโทษทุกอย่างที่นานาประเทศจะประกาศใช้กับซาอุดีอาระเบีย หลังการหายตัวไปของนายจามาล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุดีอาระเบีย ที่สถานกงสุลใหญ่ซาอุดีอาระเบีย ในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา
สำนักข่าวของทางการซาอุดีอาระเบียรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า รัฐบาลซาอุดีอาระเบียขอปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อภัยคุกคามและความพยายามใดๆ ที่บ่อนทำลายเรา ไม่ว่าจะผ่านการข่มขู่โดยการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ใช้แรงกดดันทางการเมือง หรือการกล่าวหาโดยใช้ข้อมูลที่ปราศจากข้อเท็จจริง
“ซาอุดีอาระเบียขอย้ำว่าหากมีการดำเนินมาตรการใดๆ ต่อเรา เราจะตอบโต้ด้วยการกระทำที่รุนแรงกว่า ทั้งนี้เศรษฐกิจของซาอุดีอาระเบียถือว่ามีอิทธิพลและมีบทบาทอย่างสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจโลก” แหล่งข่าวระบุ
การหายตัวไปของนายคาช็อกกีทำให้ผู้นำชาติยุโรปประกาศว่าจะร่วมกันเพิ่มแรงกดดันต่อซาอุดีอาระเบีย ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐ 2 บริษัทได้ประกาศระงับแผนการเข้าร่วมการประชุมด้านการลงทุนในซาอุดีอาระเบียแล้ว
เช่นเดียวกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่ออกมาขู่ว่าจะทำการลงโทษอย่างรุนแรงต่อซาอุดีอาระเบีย หากข้อเท็จจริงปรากฏว่านายคาช็อกกีถูกฆ่าในสถานกงสุลใหญ่จริง โดยมีการขยายความถึงการลงโทษในภายหลังว่าสหรัฐจะระงับการขายอาวุธให้กับซาอุดีอาระเบีย

