เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ผลการเลือกตั้งทั่วไปในระบอบประชาธิปไตยที่มีขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ของประเทศภูฏาน ซึ่งมีการประกาศออกมาในวันเดียวกันนี้ระบุว่า พรรคดีเอ็นที ซึ่งเป็นพรรคแนวทางกลางซ้ายภายใต้การนำของนายโลเทย์ เชอริง ศัลแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบปัสสาวะ วัย 50 ปี ที่เพิ่งมีการตั้งพรรคขึ้นมาในปี 2556 คว้าชัยชนะไปอย่างท่วมท้น โดยกวาดที่นั่งในสมัชชาแห่งชาติภูฏานไปได้ 30 ที่นั่ง จากที่มีทั้งสิ้น 47 ที่นั่ง ส่วนอีก 17 ที่นั่ง ตกเป็นของพรรคดีพีที ในการเลือกตั้งทั่วไปรอบ 2 ของภูฏานที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่าง 2 พรรคการเมืองที่มีคะแนนนำในการเลือกตั้งรอบแรกที่มีขึ้นในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งในการเลือกตั้งรอบ 2 นี้ พรรคพีดีพีซึ่งเป็นพรรครัฐบาลไม่ได้เข้าร่วมแข่งขันแต่อย่างใด

นายเชอริง หัวหน้าพรรคดีเอ็นที ที่ใช้สโลแกนในการหาเสียงว่า “ลดช่องว่าง” กล่าวให้คำมั่นว่าจะทำงานในการเสริมสร้างประเทศชาติที่กำลังเผชิญกับภาวะหนี้ต่างประเทศที่มีอยู่สูง การจ้างงานคนหนุ่มสาว ปัญหาความยากจนและแก๊งอาชญากร โดยพรรคดีเอ็นทียังต้องการที่จะเร่งสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำอีกหลายแห่งที่หนุนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ส่งออกไปอินเดียเป็นสำคัญ

สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ของภูฏานมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศราว 800,000 คน ขณะที่มีผู้หญิงได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภามากเป็นประวัติการณ์ของภูฏานด้วยจำนวน 11 ที่นั่ง

