สวดยับ “ไรอันแอร์” เหตุปล่อยผู้โดยสารชายปากเปราะ เหยียดผิวหญิงสูงวัย ทำป่วนทั้งเครื่อง (มีคลิป)

22.10.18 | 18:20 น.

ไรอันแอร์ สายการบินโลว์คอสต์ของไอร์แลนด์ โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังคลิปวิดีโอที่เผยให้เห็นผู้โดยสารชายสูงอายุรายหนึ่งแสดงการเหยียดผิวด้วยถ้อยคำรุนแรงต่อผู้โดยสารหญิงผิวสีรายหนึ่ง บนเที่ยวบินที่บินจากเมืองบาร์เซโลนาของสเปน ไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ถูกเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย ที่เสียงวิจารณ์ยังโจมตีลูกเรือบนเที่ยวบินนี้ที่ไม่ได้จัดการปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมในการที่จะนำตัวผู้โดยสารชายผู้ก่อเหตุเหยียดผิวผู้โดยสารคนอื่นลงไปจากเครื่อง


คลิปวิดีโอนี้ถูกโพสต์บนสื่อโซเชียลโดยนายไบรตัน เดวิด ลอว์เรนซ์ เผยให้เห็นผู้โดยสารชายผู้ก่อเหตุใช้วาจาดูหมิ่นดูถูกผู้โดยสารหญิงผิวสีที่นั่งอยู่ในที่นั่งแถวเดียวกัน ซึ่งทราบชื่อภายหลังว่าคือนางเกล หญิงเกษียณอายุวัย 77 ปีจากอีสต์ลอนดอน ซึ่งเดินทางมากับลูกสาวหลังจากไปพักผ่อนช่วงวันครบรอบวันตายของสามีตนเอง

ข่าวแจ้งว่า ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าชนวนเหตุที่จุดการโต้เถียงขึ้นคืออะไร แต่ในคลิปวิดีโอยังเผยให้เห็นผู้โดยสารผู้ก่อเหตุผรุสวาทใส่นางเกลว่า “อย่ามาพูดกับฉันด้วยภาษาต่างชาติ เธอมันวัวโง่น่าเกลียด” จนมีการโต้เถียงกันไปมา โดยในคลิปยังทำให้ได้ยินเสียงผู้โดยสารคนอื่นๆ กล่าวปกป้องนางเกล ที่มีทั้งว่า “เธอพิการ คุณกล้าดียังไงมาตะโกนใส่เธอ” และ “เธอแก่แล้ว” แต่ผู้โดยสารชายคนดังกล่าวยังไม่ยอมหยุด หากแต่ยังคงกล่าววาจาหยาบคายดูหมิ่นใส่นางเกลต่อไป

ลูกเรือบนเครื่องบินได้บอกให้ผู้โดยสารชายสงบสติอารมณ์ และถามนางเกลว่าเธอต้องการจะย้ายที่นั่งหรือไม่ ก็มีเสียงชายคนก่อเหตุสวนกลับมาทันทีว่า “ถ้าเธอไม่ไปนั่งที่อื่น ฉันจะผลักเธอให้ไปนั่งที่อื่นเอง”

Advertisement

ก่อนที่ผู้โดยสารชายอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านหลังลุกขึ้นมาบอกให้ชายที่ก่อเหตุหยุดได้แล้ว

สุดท้ายนางเกลได้เลือกที่จะย้ายที่นั่งไปนั่งกับลูกสาวแทน ส่วนชายคนดังกล่าวบอกกับลูกเรือบนเครื่องว่า ตนพอใจแล้ว

คลิปวิดีโอนี้นับจากมีการโพสต์ ได้มีผู้เข้าชมแล้วมากกว่า 3.6 ล้านวิว

ด้านลูกสาวของนางเกลเปิดเผยกับฮัฟติงตันโพสต์ว่า แม่ของเธอรู้สึกแย่มากและเครียดมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับเธอที่รู้สึกหัวเสียมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยเฉพาะประเด็นที่ผู้โดยสารคนนั้นไม่ได้ถูกนำตัวลงจากเครื่องและการจัดการสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ล่าสุดสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษเข้ามาทำการสอบสวนในกรณีที่เกิดขึ้นนี้แล้ว