น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ต้อนรับและหารือข้อราชการกับนางอิซาเบล เด เซนต์ มาโล เด อัลบาราโด รองประธานาธิบดีและรัฐมนตรีต่างประเทศปานามา และคณะ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าควรรักษาพลวัตของความสัมพันธ์ให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ตามที่ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรอง ปธน.ปานามาได้เห็นพ้องกันก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง ซึ่งฝ่ายปานามากำลังเตรียมการที่จะรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะแขกของรัฐบาลปานามาอย่างสมพระเกียรติ อันจะเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ขั้นสูงสุด
ทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของกลไกการปรึกษาหารือทวิภาคี (Bilateral Consultations) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและขยายโอกาสความร่วมมือที่ยังมีศักยภาพโดยรอบด้าน และเห็นพ้องว่าควรจัดการประชุมครั้งต่อไปให้ต่อเนื่องในโอกาสแรก
นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงโอกาสที่จะร่วมมือกันใช้ประโยชน์จากการที่ต่างมีศักยภาพในฐานะเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ (logistics hub) เพื่อเชื่อมโยงทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานผ่านท่าเรือและทางอากาศ ซึ่งปานามาเป็นศูนย์กลางการบินเชื่อมอีก 94 เมืองทั่วลาตินอเมริกา ตลอดจนความเข้าใจระหว่างประชาชนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และลาตินอเมริกาผ่านประเทศไทยและปานามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการที่สองฝ่ายต่างให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการบริการให้มีมาตรฐานระดับสากล
ฝ่ายปานามารับทราบถึงศักยภาพของไทยในการมีบทบาทนำที่ส่งเสริมความร่วมมือและการพัฒนาในระดับภูมิภาคในกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงและ ACMECS ซึ่งฝ่ายปานามารับทราบด้วยความประทับใจและสนใจจะศึกษาเพื่อพิจารณาลู่ทางที่จะมีส่วนร่วมในกรอบความร่วมมือเหล่านี้
ทั้งนี้ ปานามาย้ำถึงความประสงค์ที่จะมีส่วนร่วมในกรอบความร่วมมืออาเซียน และหวังว่าฝ่ายไทยจะสนับสนุนการขอเข้าเป็นภาคีของสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งระบุถึงความตั้งใจที่จะแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำอาเซียนด้วย
สองฝ่ายเห็นพ้องว่าต่างมีศักยภาพและวิสัยทัศน์ร่วมกันในภูมิภาคของตนในการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาให้ประเทศเป็นศูนย์กลางความเชื่อมโยงกับภูมิภาคอื่นๆ ของโลกอย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรกระชับความร่วมมือเพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันโดยฝ่ายปานามาได้เชิญนายดอนเดินทางเยือนปานามาเพื่อได้เห็นถึงศักยภาพของปานามาด้วยตนเอง

