
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 6.8 แมกนิจูด ขึ้นใต้ทะเลไอโอเนียน นอกชายฝั่งเกาะซานเต หรือ ซานคินตอส ประเทศกรีซ เมื่อเวลาประมาณ 00.54 น.ตามเวลาท้องถิ่นของวันเดียวกันนี้ และยังเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องตามมาอีก 12 ระลอก ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องจนถึงเวลาประมาณ 06.32 น.ตามเวลาท้องถิ่นของวันเดียวกันบริเวณเกาะลิทาเกียและเกาะมูซากี ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่แรงสั่นสะเทือนได้สร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างของสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
นายพาฟลอส โคโลคอทซาส นายกเทศมนตรีเมืองซานเต เปิดเผยกับสถานีวิทยุรีอัลเอฟเอ็มว่า ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือมีใครติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง และขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบ
“เกาะซานเตมีระบบป้องกันแรงสั่นสะเทือน…มีเพียงรอยแตกร้าวเกิดขึ้นภายในตัวอาคารบ้านเรือนและมีเหตุหินถล่มเกิดขึ้นเล็กน้อย” นายกเทศมนตรีเมืองซานเตกล่าว

อย่างไรก็ดียังมีรายงานว่าเกิดไฟฟ้าดับชั่วคราวในเมืองซานเต ซึ่งเป็นเมืองเอกของเกาะซานเต และถนนหนทางได้รับความเสียหายจากเหตุดินทรุดถล่ม นอกจากนี้ท่าเรือของเกาะซานเตยังได้รับความเสียหายด้วย แต่เรือเดินทะเลต่างๆยังสามารถเข้าออกเกาะแห่งนี้ได้
ข่าวแจ้งว่า ประชาชนจำนวนมากในพื้นที่ประสบเหตุใช้เวลาจนกระทั่งถึงรุ่งเช้าอยู่นอกบ้านเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน ขณะที่โรงเรียนต่างๆบนเกาะซานเตได้มีการปิดการเรียนการสอนไป
สื่อท้องถิ่นรายงานว่าแรงสั่นสะเทือนยังสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับอนุสรณ์สถานยุคไบเซนไทน์ ช่วงศตวรรษที่ 12 บนเกาะซานเต และแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ยังทำให้รู้สึกได้ถึงเกาะใหญ่ของกรีซ พื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีและมอลตาด้วย
