หน้าแรก ต่างประเทศ อินเดียเป่าดั...

อินเดียเป่าดับ “ที1” แม่เสือกินคน หลังระดมพรานนับร้อยตามล่าตัวนานหลายเดือน

3.11.18 | 17:50 น.
ซากแม่เสือ "ที1" หรือ "อัฟนี" ที่ถูกพรานยิงเสียชีวิตแล้ว ซึ่งกรมป่าไม้ของอินเดียเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน (เอเอฟพี)

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า แม่เสือลูกสอง ที่มีกิตติศัพท์ลือเลื่องที่สุดตัวหนึ่งในประเทศอินเดีย ซึ่งเหล่านายพรานเรียกขานว่า “ที1” แต่กลุ่มคนรักสัตว์ป่าเรียกว่า “อัฟนี” ได้ถูกนายพรานยิงเสียชีวิตแล้ว หลังพบอยู่ใจกลางป่าในรัฐมหาราษฎระ เมื่อกลางดึกคืนวันศุกร์(2 พ.ย.)ที่ผ่านมา เป็นการปิดฉากชีวิตของแม่เสือนักล่ารายนี้ที่ขย้ำเขมือบคนเสียชีวิตไปแล้วกว่าสิบรายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา


ข่าวระบุว่า ปฏิบัติการไล่ล่าเสือของนายพรานทีมสังหารชุดนี้ที่มีมากกว่า 150 คน เกิดขึ้นมานานหลายเดือนที่ยังมีการใช้ร่มร่อน หรือ พาราไกลเดอร์ ในการขึ้นสำรวจค้นหา กล้องอินฟาเรดหลายสิบตัว รวมถึงทีมนักแม่นปืนขึ้นหลังช้างเที่ยวตามหา ซึ่งมีขึ้นภายใต้คำสั่งศาลฎีกาอินเดียเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ที่อนุญาตให้ตามล่าที1 ได้ หลังจากที1 ก่อเหตุขย้ำเหยื่อจนเสียชีวิตไปมากถึง 13 รายนับจากเดือนมิถุนายนปี 2559 อย่างไรก็ดีมีกระแสเสียงคัดค้านจากหลายฝ่ายต่อคำสั่งศาลดังกล่าว

ไทม์ส ออฟ อินเดีย และสื่ออีกหลายสำนักรายงานว่า ที1 ถูกทีมนายพรานยิงเสียชีวิตเมื่อคืนก่อน โดยไม่มีการใช้ยาสลบ ตามข่าวยังระบุอีกว่า เพชฌฆาตมือปลิดชีพ ที1 คือนายอัชการ์ อาลี ข่าน ลูกชายของนายนาวาบ ชาฟาท อาลี ข่าน นายพรานชื่อดังที่สุดของอินเดียซึ่งไม่ได้อยู่ด้วยในช่วงการตามล่า ที1 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

แฟ้มภาพเสือเบงกอล (เอเอฟพี)

หัวหน้ากรมป่าไม้ เอ.เค.มิชรา เปิดเผยกับอินเดียน เอ็กซ์เพรส ว่า “เจ้าหน้าที่จะยิงลูกดอกยาสลบใส่ที1 เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. แต่ที1เข้าชาร์จทีมเรา ทำให้อัชการ์ต้องยิงเพื่อป้องกันตัวเอง ซึ่งแม่เสือตายด้วยกระสุนเพียงนัดเดียว”

Advertisement

อย่างไรก็ตามคำบอกเล่าของมิชราเป็นไปในทางตรงข้ามกับรายงานข่าวอีกด้านหนึ่ง ซึ่งมีการอ้างแหล่งข่าวระบุว่า ลูกดอกยาสลบถูกนำปักไว้ที่ซากร่างที1 หลังจากเธอถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ขณะที่ข่าวอีกกระแสบอกว่าไม่มีการยิงลูกดอกยาสลบแต่อย่างใด ขณะเจ้าหน้าที่ป่าไม้ยอมรับว่าไม่มีสัตวแพทย์ร่วมทีมตามล่าที1 ตามที่คำสั่งศาลระบุไว้แต่อย่างใด

การจับตายแม่เสือตัวนี้จุดเสียงก่นวิจารณ์จากหลายฝ่าย เจอร์ริล บาเนต สัตวแพทย์และนักเคลื่อนไหวในรัฐกรณาฏกะที่ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลดังกล่าวชี้ว่าการยิงที1 เป็น”การฆาตกรรมเลือดเย็น”

ขณะที่กลุ่มพิทักษ์สัตว์ “พีต้า” ชี้ว่า อัฟนี (ที1) ถูกฆ่าอย่างผิดกฎหมายที่เป็นการสนองตัณหาของนายพรานผู้กระหายเลือด

สำหรับซากที1 มีรายงานว่าจะถูกนำไปไว้ยังสวนสัตว์ในเมืองนักปูร์ต่อไป ขณะที่ในท่ามกลางเสียงประณามต่อต้าน ชาวบ้านในหมู่บ้านหลายแห่งยังพากันแสดงความดีใจด้วยความโล่งอก หลังจากเกิดความผวากลัวที1 ที่ก่อเหตุขย้ำเหยื่อรายแรกเป็นผู้หญิง ซึ่งศพถูกพบในไร่ฝ้ายเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2559 หลังจากนั้นที1 ยังก่อเหตุขย้ำส่วนใหญ่เป็นชายเลี้ยงสัตว์

อย่างไรก็ดีทางการอินเดียยังได้มีการรณรงค์ส่งเสริมประชากรเสือครั้งใหญ่ ซึ่งการสำรวจจำนวนประชากรเสือครั้งล่าสุดของอินเดียในปี 2557 พบว่ามีจำนวนเสือเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2,200 ตัว จากเดิมที่มีอยู่ไม่ถึง 1,500 ตัว