
กระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เตือนญี่ปุ่นหยุดซ้ำเติมปัญหาความตึงเครียดทางประวัติศาสตร์กรณีแรงงานบังคับชาวเกาหลีใต้ถูกบริษัทญี่ปุ่นใช้แรงงานในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง
ความขัดแย้งล่าสุดเริ่มต้นขึ้นเมื่อศาลสูงสุดเกาหลีใต้มีคำตัดสินเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาให้บริษัทนิปปอนสตีล แอนด์ ซูมิโตโม เมทัล คอร์ป ต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับแรงงานชาวเกาหลีใต้ที่เคยถูกบังคับใช้แรงงานในช่วงสงครามเป็นเงิน 100 ล้านวอน หรือราว 3 ล้านบาทต่อคน
ด้านนายทาโร โคโนะ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมาระบุว่า คำตัดสินดังกล่าวทำให้เป็นการยากที่ประเทศต่างๆจะทำงานกับรัฐบาลเกาหลีใต้เนื่องจากศาลสามารถกลับข้อตกลงของรัฐบาลเกาหลีใต้ที่ให้ไว้ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศได้ โดยเป็นการระบุถึงอนุสัญญาว่าด้วยความสัมพันธ์ขึ้นพื้นฐาน ที่สองประเทศทำไว้เพื่อยุติความขัดแย้งในปี 1965
ด้านกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ตอบโต้ในวันเดียวกันระบุว่า ความเห็นดังกล่าวของรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นจะเป็นการเติมเชื้อไฟให้กับความขัดแย้ง และแสดงให้เห็นถึงความไม่สนใจต้นตอของปัญหา โดยรายงานระบุว่าคำตัดสินของศาลระบุเอาไว้ว่าสิทธิในการเรียกร้องเงินชดเชยและค่าแรงที่ไม่ได้จ่ายนั้นยังคงอยู่และไม่ได้ถูกทำให้สิ้นสุดลงโดยอนุสัญญาดังกล่าว ขณะที่ญี่ปุ่นระบุว่ากรณีดังกล่าวสิ้นสุดลงแล้วภายใต้อนุสัญญา
ทั้งนี้เกาหลีใต้ระบุว่ามีเหยื่อในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เกือบ 150,000 ถูกจับตัวไปเป็นแรงงานบังคับ ในจำนวนนี้ 5,000 คนยังคงมีชีวิตอยู่ ขณะที่ในเดือนธันวาคมศาลอุทธรณ์เกาหลีใต้ก็มีกำหนดในการพิจารณาคดีอีกคดีลักษณะเดียวกันกับบริษัทญี่ปุ่นที่เป็นจำเลยอย่าง “มิตซูบิชิเฮวีอินดัสทรี”
