ทีมสืบสวนขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ตรวจสอบพื้นที่ตอนเหนือของอิรักที่เคยถูกยึดครองโดยกลุ่มกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) เป็นเวลานานถึง 3 ปีระหว่าง 2014-2017 พบหลุมศพหมู่จำนวนมากถึง 202 หลุม ซึ่งฝังเหยื่อสังหารของไอเอสจำนวนมากถึง 12,000 ราย ในจำนวนนี้มีทั้งเด็ก ผู้หญิง และคนพิการ

ทีมสืบสวนระบุในรายงานร่วมของคณะทำงานสหประชาชาติในอิรักและคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนของยูเอ็นระบุว่าการค้นพบหลุมศพดังกล่าวเป็น “มรดกแห่งความโหดร้ายของไอเอส” โดยจำนวนศพที่มีมากขนาดนี้อาจนำไปสู่การพิจารณาให้ไอเอสเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการฆ่าล้างเผ่าพันธ์

รายงานระบุว่าหลุมบางหลุมเป็นเพียงการโยนศพลงไปในหลุมยุบ หรือบ่อน้ำโดยไม่มีการขุดหลุมฝังกลบ โดยคาดว่าจะมีหลุมลักษณะดังกล่าวอีกจำนวนมาก โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลอิรักได้ขุดร่างเหยื่อผู้เสียชีวิตขึ้นมาแล้ว 1,258 ราย จากหลุมศพ 28 หลุม โดยเตรียมที่จะมีการพิสูจน์อัตลักษณ์ ส่งร่างคืนครองครัว และสืบสวนเพื่อหาคนผิดมาลงโทษให้ได้

ทั้งนี้รัฐบาลอิรักประกาศชัยชนะเหนือกลุ่มไอเอสเมื่อเดือนธันวาคมปี 2017 อย่างไรก็ตามกลุ่มไอเอสยังคงยึดครองพื้นที่เล็กๆตลอดแนวชายแดนซีเรียเอาไว้ได้ และก่อเหตุลักพาตัวและระเบิดในหลายจุดของประเทศในช่วงที่ผ่านมา


