ศาลปินส์สั่งจับ “มาร์กอส” อดีตสตรีหมายเลข1 หลังฟันผิดคดีทุจริต

แฟ้มภาพนางอีเมลดา มาร์กอส อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ฟิลิปปินส์ (รอยเตอร์)

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ศาลต่อต้านการทุจริตของฟิลิปปินส์มีคำสั่งให้จับกุมนางอีเมลดา มาร์กอส อดีตสตรีหมายเลข 1 ของฟิลิปปินส์ ที่ปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาคองเกรส หลังศาลวินิจฉัยพบว่านางมาร์กอสในวัย 89 ปี กระทำผิดในข้อหาทุจริตรวม 7 กระทง ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างที่อดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินัน มาร์กอส สามีของนางมาร์กอส ยึดกุมอำนาจปกครองประเทศนาน 2 ทศวรรษก่อนจะถูกประชาชนลุกฮือโค่นล้มลงจากอำนาจในปี 2529 จนทำให้ครอบครัวมาร์กอสต้องอพยพลี้ภัยไปอยู่สหรัฐอเมริกา

โดยศาลยังตัดสินลงโทษจำคุกนางมาร์กอสเป็นเวลา 6-11 ปีในแต่ละข้อหาที่นางมาร์กอสถูกดำเนินคดีภายใต้การกล่าวหาว่ายักย้ายถ่ายโอนเงินจำนวน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปยังมูลนิธิหลายแห่งในสวิตเซอร์แลนด์ในระหว่างที่เธอดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่ามะนิลา ในการพิจารณาคดีครั้งนี้นางมาร์กอสและครอบครัวไม่ได้เข้าร่วมฟังการไต่สวนคดีแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดีนางมาร์กอสยังสามารถอุทธรณ์สู้คดีในชั้นศาลฎีกาและยื่นขอประกันตัวได้ในระหว่างที่มีการต่อสู้คดีอยู่ โดยนายไรอัน กีลาลา ผู้ช่วยอัยการพิเศษกล่าวว่าอาจยังไม่มีการออกหมายจับในทันที เพราะนางมาร์กอสสามารถอุทธรณ์ต่อคำตัดสินของศาลต่อต้านการทุจริตได้


ทั้งนี้ เฟอร์ดินัน มาร์กอส อดีตผู้นำเผด็จการฟิลิปปินส์ ได้ปกครองประเทศฟิลิปปินส์มานานถึง 2 ทศวรรษ โดยการประกาศกฎอัยการศึกในปี 2515 ในช่วงเวลานั้นมีผู้ต่อต้านรัฐบาลมาร์กอสนับหลายพันคนที่ถูกจับกุมคุมขัง ถูกฆ่าหรือหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

โดยนายมาร์กอสและครอบครัวถูกกล่าวหาว่าสั่งสมความร่ำรวยจากการปล้นทรัพย์สิของชาติไปมีมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในระหว่างอยู่ในอำนาจ ก่อนอดีตผู้นำเผด็จการแดนตากาล็อกผู้นี้จะถูกพลังมวลชนลุกฮือก่อจลาจลโค่นล้มลงจากอำนาจ ทำให้มาร์กอสและครอบครัวต้องหนีลี้ภัยไปอยู่ประเทศสหรัฐ กระทั่งนายมาร์กอสเสียชีวิตลง ในเวลาต่อมานางมาร์กอสและลูกๆก็ได้เดินทางกลับประเทศและเข้ามามีบทบาทโลดแล่นในวงการเมืองฟิลิปปินส์อีกครั้ง