สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน กระทรวงสาธารณสุขของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) แจ้งว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาทางตะวันออกของดีอาร์คองโก ได้เพิ่มขึ้นเป็น 201 รายแล้ว และมีอีก 291 รายที่ยืนยันว่าติดเชื้อนับตั้งแต่เกิดการระบาดขึ้นอีกครั้งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยราวครึ่งหนึ่งอยู่ในเมืองเบนี ในแคว้นนอร์ธ คีวู ที่มีประชาชนอยู่ถึงราว 800,000 คน
โดยมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน หน่วยรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้เรียกร้องให้ฝ่ายกองกำลังรักษาสันติภาพเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เพื่อไม่ให้มีการขัดขวางความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการต่อสู้กับการระบาดของโรค
การแถลงของหน่วยรักษาสันติภาพยูเอ็นมีขึ้น หลังจากนายโอลี อีลุนกา รัฐมนตรีสาธารณสุขของดีอาร์คองโก เปิดเผยว่า ทีมงานที่รับมือกับการระบาดของเชื้ออีโบลาเจอกับปัญหาต่างๆมากมาย ทั้งการข่มขู่ การทำร้ายร่างกาย การทำลายอุปกรณ์เครื่องมือและการลักพาตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ของหน่วยแพทย์ตอบโต้เร็วที่ต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์การโจมตีครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ การระบาดของเชื้ออีโบลาในดีอาร์คองโกครั้งนี้ ถือเป็นการระบาดครั้งที่ 10 นับตั้งแต่เกิดการระบาดขึ้นครั้งแรเมื่อปี พ.ศ.2519 โดยอีโบลาถือว่าเป็นโรคระบาดที่ร้ายแรงที่สามารถแพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็วผ่านของเหลวเพียงน้อยนิดจากร่างกาย และจะทำให้เกิดเลือดออกภายในร่างกายและเสี่ยงที่จะถึงแก่ชีวิตได้
อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขดีอาร์คองโกแถลงเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า นับตั้งแต่เริ่มมีโครงการฉีดวัคซีนป้องกันอีโบลาตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม มีผู้เข้ารับการฉีดแล้วกว่า 25,000 คน

