
เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุกลุ่มผู้ประท้วงชาวฝรั่งเศสกว่าแสนคนในทั่วประเทศ ที่ถูกรณรงค์ให้ใส่ “เสื้อกั๊กเหลือง” ออกมารวมตัวกันปิดถนนมอเตอร์เวย์หลายสาย เพื่อทำการประท้วงการปรับขึ้นภาษีเชื้อเพลิงและน้ำมันของรัฐบาลประธานาธิบดีเอ็มมานูแอล มาครงของฝรั่งเศส จนบานปลายกลายเป็นความรุนแรง ซึ่งทำให้มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุประท้วงครั้งนี้แล้ว 1 ราย และบาดเจ็บอีกหลายราย

นายคริสตอฟ คาสตาเนอร์ รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ว่า ผู้เสียชีวิตเป็นผู้ประท้วงหญิงรายหนึ่ง ซึ่งถูกคนขับรถรซึ่งเป็นผู้หญิงที่เกิดอาการตกใจจากการถูกม็อบผู้ประท้วงรุมล้อมรถ จึงเร่งเครื่องยนต์และทำให้รถพุ่งเข้าชน จนทำให้ผู้ประท้วงหญิงรายดังกล่าวเสียชีวิต

ขณะที่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ 16 รายจากเหตุการชุมนุมประท้วงในพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศฝรั่งเศส ในจำนวนนี้มีอาการวิกฤต 1 รายจากการถูกรถทับ ขณะที่มีการประมาณการณ์ว่ามีประชาชนที่เข้าร่วมการรณรงค์ประท้วงต่อต้านการปรับขึ้นภาษีเชื้อเพลิงและน้ำมันของรัฐบาลฝรั่งเศสในทั่วประเทศราว 120,000 คน โดยยังมีการใช้โซเชียลมีเดียในการปลุกคนเข้าร่วมประท้วงด้วย

ในจุดประท้วงที่มีสถานการณ์ค่อนข้างอ่อนไหวมีรวมถึงทางเข้าอุโมงค์ลอดภูเขามงต์บลังก์ บนเทือกเขาแอลป์ของฝรั่งเศส ที่เป็นเส้นทางการสัญจรแยกถนนไฮเวย์ออกไปอีกหลายสาย นอกจากนี้กลุ่มผู้ประท้วงยังพากันเดินขบวนประท้วงไปตามเมืองใหญ่ต่างๆทั่วประเทศ รวมถึงเมืองมาร์เซย ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญ ที่มีกลุ่มผู้ประท้วงออกมารวมตัวกันคัดค้านมาตรการนี้ของรัฐบาลราว 100 คน
ทั้งนี้รัฐบาลนายมาครงได้ผ่านความเห็นชอบปรับขึ้นภาษีเชื้อเพลิงเมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา แต่เริ่มเห็นผลชัดเจนต่อราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

