หน้าแรก ต่างประเทศ ส.ส.รุกขับ &#...

ส.ส.รุกขับ “เมย์” เมินร่างเบร็กซิท

18.11.18 | 15:54 น.
(Photo by Matt Dunham / POOL / AFP)

สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์ นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ยืนยันว่า แผนการถอนตัวจากการเป็นภาคีสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) หรือ เบร็กซิทที่เป็นทางเลือกของ บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่วางแผนจะโค่นตนพ้นตำแหน่งผู้นำอังกฤษนั้น ไม่ได้แก้ปัญหาทุกๆ อย่างที่มีอยู่ในร่างความตกลงที่รัฐบาลชุดนี้จัดทำขึ้น อันเป็นความพยายามล่าสุดเพื่อรักษาร่างความตกลงดังกล่าวให้ผ่านความเห็นชอบของสภา และลดทอนแรงกดดันจากกลุ่มส.ส.ทั้งในส่วนที่หนุนและต่อต้านเบร็กซิท ซึ่งก่อหวอดเตรียมยื่นญัตติเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนางเมย์ ขณะที่เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือนจะถึงกำหนดอังกฤษจำเป็นต้องพ้นจากสมาชิกภาพอียูในวันที่ 29 เดือนมีนาคมปี 2562 นี้ ไม่ว่าจะมีความตกลงกันหรือไม่ก็ตาม

ทั้งนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีเมย์เผชิญแรงกดดันอย่างหนัก เมื่อรัฐมนตรีในคณะรัฐบาล 4 รายลาออกจากตำแหน่ง และส.ส.จำนวนมากออกมาโจมตีร่างความตกลงเบร็กซิทที่รัฐบาลจัดทำขึ้น ในขณะที่ส.ส. สังกัดพรรคอนุรักษ์นิยมของนางเมย์เอง 23 คนประกาศอย่างเปิดเผยว่าเตรียมการสำหรับการยื่นญัตติเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเมย์ โดยจำนวนส.ส.ที่จำเป็นต้องใช้เพื่อสนับสนุนญัตติดังกล่าวนั้นต้องใช้เพียง 48 คนเท่านั้น นางเมย์ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์สกายนิวส์ยอมรับว่า ร่างความตกลงถอนตัวจากอียูหนา 585 หน้า กับคำประกาศการถอนตัวอย่างเป็นทางการ ที่รัฐบาลจัดทำขึ้นและเตรียมนำเสนอขอความเห็นชอบจากสภานั้นไม่ใช่ความตกลงในอุดมคติของทุกคน เพราะไม่มีใครได้สิ่งที่ต้องการทั้งหมดแน่ แต่ความตกลงทางเลือกอื่นๆ ก็ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาเรื่องที่จำเป็นต้องเปิดพรมแดนกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ได้แน่นอน

“ภารกิจของนายกรัฐมนตรีก็คือต้องตัดสินใจในเรื่องยากๆ ซึ่งมักไม่ใช่เรื่องที่ต่างกันชัดเจนเหมือนขาวกับดำ แต่ก็ต้องหาหนทางผ่านไปให้ได้ ด้วยหนทางที่สามารถตอบสนองความต้องการของทุกคนให้ดีที่สุด” นางเมย์ระบุ

จนถึงขณะนี้ นายกรัฐมนตรีเมย์ได้รับการสนับสนุนจาก นายไมเคิล โกฟ และ นายเลียม ฟอกซ์ รัฐมนตรีที่หนุนเบร็กซิท 2 รายสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในคณะรัฐมนตรี แต่ทั้งฟอกซ์และโกฟ รวมทั้งแกนนำเบร็กซิทอีก 3 รายคือ นางแอนเดรีย ลีดซอม, นางเพนนี มอร์ดอนท์ และนายคริส เกรย์ลิง กำหนดประชุมร่วมกันในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อหาทางบังคับให้นางเมย์ ปรับเปลี่ยนร่างความตกลงที่ทำขึ้นอีกครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่ม โดยอ้างว่ายังต้องมีอะไรต้องทำอีกมากต่อร่างของรัฐบาล

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้นาย ไซมอน โคฟนีย์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นชาติสมาชิกอียูออกมายืนยันว่า ใครก็ตามที่คิดว่าร่างความตกลงของรัฐบาลที่ทำไว้กับคณะเจรจาของอียู สามารถปรับเปลี่ยนได้อีกนั้น “ไม่ได้มีชีวิตอยู่ในโลกที่เป็นจริง” ทั้งนี้ร่างดังกล่าวจำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบของสภาอังกฤษก่อนที่จะนำเสนอให้ที่ประชุมสุดยอดผู้นำอียู ลงนามให้ความเห็นชอบในระหว่างการประชุมสุดยอดอียูที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้

Advertisement