เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า คนขับรถแท็กซี่หลายร้อยคนออกมารวมตัวกันในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงอินเดีย เพื่อประท้วงคัดค้านคำสั่งห้ามรถแท็กซี่ที่ใช้น้ำมันดีเซลวิ่งในเมืองหลวง หลังจากศาลสูงมีคำสั่งห้ามดังกล่าวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเป็นหนึ่งในมาตรการล่าสุดเพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงที่อากาศเป็นพิษมากที่สุดในโลกให้ดีขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ศาลสูงอินเดียมีคำสั่งห้ามแท็กซี่ที่ใช้เชื้อเพลิงสกปรกเข้ามาวิ่งในเมืองหลวง โดยไม่รับฟังคำร้องขอของผู้ประกอบการที่ขอเวลาในการจะปรับเปลี่ยนมาใช้แก๊สธรรมชาติซีเอ็นจี ที่เป็นพลังงานสะอาด

ข่าวแจ้งว่า แม้ว่าแท็กซี่ที่วิ่งบริการในกรุงนิวเดลีขณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นรถที่ใช้แก๊สซีเอ็นจีก็ตาม แต่คำสั่งศาลข้างต้นจะมีผลต่อผู้ขับขี่รถแท็กซี่รุ่นเก่าที่มีอยู่ราว 30,000 คันและแท็กซี่บางคันของบริษัทอูเบอร์และโอลาที่ยังใช้เชื้อเพลิงที่ก่อมลพิษอยู่
การขับรถแท็กซี่มาจอดทิ้งไว้ตามสี่แยกสำคัญบนถนนหลายสายในกรุงนิวเดลีของม็อบแท็กซี่ ส่งผลให้การจราจรในพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นอัมพาตโดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน
คนขับแท็กซี่บางรายเปิดเผยถึงปัญหาที่พวกเขาเผชิญอยู่ว่า พวกเขายังไม่มีเทคโนโลยีที่พร้อมจะเปลี่ยนรถจากที่ใช้ดีเซลมาเป็นแก๊สซีเอ็นจีได้ ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องขายบ้านเพื่อมาซื้อแท็กซี่รุ่นใหม่ขับแทน
ในปี 2557 องค์การอนามัยโลก (ฮู) สำรวจเมืองต่างๆ ทั่วโลกกว่า 1,600 แห่ง และจัดให้กรุงนิวเดลีเป็นเมืองที่มีมลพิษมากที่สุด สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะมียานยนต์วิ่งอยู่บนท้องถนนมากถึงเกือบ 10 ล้านคัน ขณะที่แผนการนำร่องแรกของรัฐบาลอินเดียในการต่อสู้กับปัญหามลพิษที่เริ่มทดลองใช้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา คือ การจำกัดรถยนต์ที่วิ่งบนท้องถนนตามวันที่กำหนด หรือกำหนดจากป้ายทะเบียนรถที่สามารถวิ่งได้

