เกิดเหตุการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนขึ้นอีกครั้ง เมื่อรัสเซียได้ทำการยิงและยึดเรือสามลำของกองทัพยูเครนในทะเลบริเวณคาบสมุทรไครเมีย ทั้งนี้เรือของยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดไปประกอบด้วยเรือปืน 2 ลำและเรือลากจูง 1 ลำ โดยมีรายงานด้วยว่ามีลูกเรือยูเครนจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ
ขณะที่ทั้งสองประเทศต่างโทษอีกฝ่ายว่าเป็นต้นเหตุของความตึงเครียดที่เกิดขึ้น โดยวิกฤตการณ์ดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อรัสเซียกล่าวหาว่าเรือของยูเครนได้รุกล้ำเข้ามาในน่านน้ำรัสเซียโดยไม่ชอบด้วยกฏหมาย
ยูเครนได้ขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเรียกประชุมฉุกเฉิน พร้อมทั้งเรียกร้องให้นานาชาติต่อต้านการกระทำของรัสเซีย โดยมีรายงานข่าวว่า ในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ สมาชิกรัฐสภายูเครนจะทำการลงมติว่าจะมีการประกาศกฎอัยการศึกหรือไม่ ขณะที่การหารือระหว่างหน่วยงานความมั่นคง สภากลาโหม และประธานาธิบดียูเครน ชี้ว่าการกระทำของรัสเซียเป็นเรื่องที่ปราศจากเหตุผลและบ้าคลั่ง
ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนในพื้นที่ทางทะเลบริเวณคาบสมุทรไครเมียเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือนแล้ว เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นดินแดนที่ทั้งสองประเทศมีเขตแดนทางทะเลร่วมกัน แต่ในช่วงที่ผ่านมาไม่นานรัสเซียได้เริ่มต้นทำการตรวจสอบเรือทุกลำที่เข้าหรือออกมาจากท่าเรือในยูเครน
ด้านสหภาพยุโรปออกมาเรียกร้องให้รัสเซียคืนเสรีภาพในการเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูงสุด ขณะที่องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ(นาโต)ออกมาแสดงความสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่ออธิปไตยและเอกภาพเหนือดินแดนของยูเครน ซึ่งรวมถึงเสรีภาพในการเดินเรือในพื้นที่ทางทะเล

