สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างบทความในหนังสือพิมพ์ เดอะ ไทม์สของอังกฤษระบุว่า นายจอร์จ ออสบอร์น รัฐมนตรีคลังอังกฤษและนายบิล เกตส์ มหาเศรษฐีพันล้านด้านเทคโนโลยี ประกาศแผนการที่จะใช้เงิน 3 พันล้านปอนด์ (ราว 154,000 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการวิจัยในช่วง 5 ปีนับจากนี้ เป็นความพยายามที่จะกำจัดโรคมาลาเรีย “ซึ่งเป็นโรคที่อันตรายร้ายแรงมากที่สุดในโลก” ให้หมดไป เมื่อวันที่ 25 มกราคม
บทความที่นายออสบอร์นและนายเกตส์เขียนร่วมกันระบุว่า “เราทั้ง 2 คนเชื่อว่าการทำให้โลกนี้ปราศจากมาลาเรียถือเป็นหนึ่งในความจำเป็นลำดับต้นๆ ด้านสาธารณสุข”
กองทุนดังกล่าวจะใช้เงินงบประมาณในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ในต่างประเทศของรัฐบาลอังกฤษปีละ 500 ล้านปอนด์ในช่วง 5 ปีข้างหน้า และเงินบริจาคจากมูลนิธิของนายเกตส์ 200 ล้านปอนด์ในปีนี้ โดยจะมีเงินบริจาคเพิ่มอีกหลังจากนี้
ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (ฮู) ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมาลาเรีย 438,000 รายในปี 2558 ส่วนมากเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ และส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกา โดยฮูระบุไว้ในรายงานมาลาเรียโลกปี 2559 ว่า ความพยายามที่จะควบคุมโรคมีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา แต่ถูกคุกคามจากการแพร่ขยายของเชื้อดื้อยาต้านมาลาเรีย และยุงซึ่งเป็นพาหะของโรคที่ดื้อยาฆ่าแมลง
“หากยาฆ่าแมลงชนิดใหม่ไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาภายในปี 2560 สถานการณ์จะเริ่มวิกฤต และจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคนี้จะเพิ่มขึ้น” นายออสบอร์นและนายเกตส์ระบุไว้ในบทความ พร้อมกับเสริมว่า การต่อสู้กับโรคมาลาเรียต้องการความร่วมมือกันระหว่างบริษัทเอกชน รัฐบาลและองค์กรการกุศล

