คอลัมน์ People In Focus: โลเปซ โอบราดอร์ ประธานาธิบดีเม็กซิโกคนใหม่

9.12.18 | 15:52 น.

อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ นักการเมืองวัย 65 ปี จากรัฐตาบัสโก อดีตนายกเทศมนตรีกรุงเม็กซิโกซิตี ประสบความสำเร็จจากการขาย “การเปลี่ยนแปลง” ที่จะมีให้กับการเมืองเม็กซิโก ผงาดคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือนกรกฏาคม ก่อนสาบานตนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา

โอบราดอร์ นักการเมืองจาก “พรรคโมเรนา” พรรคซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ ใช้ประโยชน์จากการต่อต้าน “อำนาจมาเฟีย” และความไม่พอใจของประชาชนที่มีต่อการเมืองแบบเดิมๆ การเมืองซึ่งมีเพียงสองพรรคการเมืองอย่างแพน และพีอาร์ไอ สลับกันขึ้นสู่อำนาจในรอบ 89 ปีที่ผ่านมา ก้าวสู่ความสำเร็จในที่สุด

โอบราดอร์ เริ่มต้นเส้นทางการเมืองในช่วงทศวรรษที่ 70 ในฐานะแกนนำประท้วง และสมาชิกพรรคพีอาร์ไอ พรรคที่ครองอำนาจในเวลานั้น และกลายมาเป็นศัตรูทางการเมืองของโอบราดอร์ในเวลานี้

โอบราดอร์ ช่วยก่อตั้งพรรคพีอาร์ดี พรรคปีกซ้ายที่แยกตัวออกมาจากพีอาร์ไอในทศวรรษที่ 80 ก่อนประสบความสำเร็จในการชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐตาบัสโก ในปีค.ศ. 1994 และก้าวสู่การเมืองระดับชาติอย่างเป็นทางการเมื่อโอบราดอร์ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีกรุงเม็กซิโกซิตี ในปีค.ศ. 2000

โอบราดอร์ เคยลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเม็กซิโกมาแล้วสองครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ในปี 2006 และปี 2012 ในฐานะตัวแทนของพรรคพีอาร์ดี ก่อนจะแยกตัวออกมาตั้งพรรคโมเรนา พรรคซึ่งมีอิทธิพลมากที่สุดของการเมืองเม็กซิโกในเวลานี้

Advertisement

โอบราดอร์ หาเสียงด้วยนโยบายที่เน้นไปที่การ “เปลี่ยนแปลง” ในประเทศซึ่งปกคลุมไปด้วยปัญหาความยากจน การทุจริต และความรุนแรงของสงครามแก๊งยาเสพติดที่เกาะกินประเทศ
ด้วยคำมั่นที่จะเป็นประธานาธิบดีที่ไม่เหมือนใคร โอบราดอร์ ประกาศที่จะกำจัดการทุจริต รวมไปถึงดำเนินนโยบายสนับสนุนการรัดเข็มขัดเพื่อประหยัดงบประมาณในประเทศ

ล่าสุดประธานาธิบดีเม็กซิโกคนใหม่ ประกาศลดเงินเดือนตัวเองลง 60 เปอร์เซ็นต์ เลิกใช้ที่พักประธานาธิบดี ทีมรักษาความปลอดภัย รวมถึงเครื่องบินส่วนตัวประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม โอบราดอร์ ก็ดำเนินนโยบายบางอย่างที่ทำให้มองทิศทางอนาคตไม่ออกเช่นการตั้งทีมเศรษฐกิจและเปลี่ยนนโยบายบางอย่างลง หลังถูกภาคธุรกิจออกมาเตือนเกี่ยวกับนโยบายรัดเข็มขัดที่มากเกินไป

นอกจากนี้ยังสร้างความงุนงงให้กับผู้สนับสนุนด้วยการยกเลิกโครงการสร้างสนามบินในกรุงเม็กซิโกซิตี มูลค่า 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐลง แม้ว่าจะสร้างเสร็จไปแล้ว 1 ใน 3 ก็ตาม โดยเป็นการดำเนินการตามผลการลงประชามติซึ่งนายโอบราดอร์ เป็นผู้จัดทำขึ้นเอง

โอบราดอร์ หรือ “อัมโล” (AMLO) นักการเมืองเอียงซ้ายต่อต้านกลุ่มอำนาจเก่า ถูกโจมตีว่าเป็นนักการเมือง “หัวดื้อ” ฉายาซึ่งโอบราดอร์ มองว่าเป็นคำชื่นชม และนำมาใช้เป็นแรงหนุน

“ผมหัวดื้อ นั่นเป็นข้อเท็จจริง” โอบราดอร์ ระบุ และว่า “ด้วยข้อกล่าวหาเดียวกัน ผมจะเป็นประธานาธิบดีที่ ดื้อรั้น หัวแข็ง ไม่ลดละ จนเกือบจะเรียกได้ว่าบ้า ที่จะกวาดล้างคอร์รัปชั่นให้หมดไป”