นางเมิ่ง หวั่นโจว ประธานฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) วัย 46 ปี ของบริษัท หัวเว่ย ที่ถูกทางการแคนาดาจับกุมตัวขณะกำลังเปลี่ยนเครื่องบินที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ถูกสหรัฐตั้งข้อหาฉัอโกงเนื่องจากมีความเกี่ยวพันกับการละเมิดข้อตกลงคว่ำบาตรที่ห้ามการทำธุรกิจกับอิหร่าน
ข้อหาที่ทำให้นางเมิ่งถูกจับกุมตัวเพิ่งเปิดเผยให้ทราบต่อสาธารณะ หลังศาลแคนาดาได้เปิดพิจาณาคดีในการส่งตัวนางเมิ่งให้กับสหรัฐในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนตามคำร้องขอ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น โดยศาลได้มีการเปิดไต่สวนถึงหนึ่งวันเต็ม ก่อนที่จะประกาศให้มีการไต่สวนต่อไปในวันที่ 10 ธันวาคมนี้อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าผู้พิพากษาจะตัดสินว่าจะยินยอมให้มีการประกันตัวนางเมิ่งหรือไม่ โดยระหว่างนี้นางเมิ่งจะต้องถูกทางการควบคุมตัวไว้
สหรัฐกล่าวหาว่านางเมิ่งได้ทำการให้ข้อมูลเท็จต่อธนาคารของสหรัฐ ซึ่งทนายความของนางเมิ่งระบุว่าคือธนาคารฮ่องกง เกี่ยวกับการใช้บริษัทลูกเพื่อปกปิดการทำธุรกรรมอำพรางเพื่อขายสินค้าให้กับอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ
ทนายความของรัฐบาลแคนาดากล่าวหาว่า นางเมิ่งปฏิเสธกับธนาคารว่าไม่มีความเชื่อมโยงโดยตรงใดๆ ระหว่างหัวเหว่ยกับบริษัทสกายคอม ซึ่งเป็นบริษัทลูก ทั้งที่จริงแล้ว สกายคอมก็คือหัวเหว่ย ซึ่งการโกหกดังกล่าวทำให้ธนาคารต้องเดือดร้อนเพราะกระทำการอันเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ โดยเหตุการณ์ที่เป็นการละเมิดดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2552-2557
ขณะที่นางเมิ่งนั่งอยู่ในคณะกรรมการบริการสกายคอมมานานหลายสิบปี แต่บริษัทดังกล่าวได้ถูกขายไปในเวลาต่อมา อย่างไรก็ดีทางการสหรัฐกล่าวหาว่า หัวเหว่ยยังคงควบคุมบริษัทสกายคอมต่อไป เพราะพนักงานของสกายคอมก็ยังคงใช้บัตรพนักงานของหัวเหว่ย และยังคงใช้อีเมล์ของบริษัทหัวเหว่ยด้วย
ด้านบริษัทหัวเหว่ยออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมระบุว่า จะติดตามการไต่สวนคดีในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับแสดงความเชื่อมั่นว่าทางการแคนาดาและระบบกฎหมายของสหรัฐจะมีข้อสรุปที่ถูกต้องต่อกรณีดังกล่าว

