คอลัมน์ People In Focus: เมิ่ง หวั่นโจว ผู้บริหารหญิงแห่งหัวเว่ยผู้ไร้อิสรภาพ

15.12.18 | 14:25 น.

เมิ่ง หวั่นโจว ผู้บริหารแห่งอาณาจักรหัวเว่ย ในวัย 46 ปี ถูกเอ่ยชื่อถึงในหน้าสื่อนับครั้งไม่ถ้วนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในฐานะใจกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีน สองชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก

แม้ เมิ่ง จะได้รับอนุญาตจากศาลแคนาดาให้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวได้ ทว่าก็ยังคงต้องเผชิญกับโอกาสที่จะถูกส่งตัวไปรับโทษที่สหรัฐอเมริกา ในคดีละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ที่มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 30 ปี
เมิ่งถูกจับกุมในข้อหาที่อัยการระบุว่าหลอกลวงสถาบันการเงินว่าบริษัทลูกของหัวเว่ย เป็นบริษัทที่แยกเป็นอิสระจากหัวเว่ย เพื่อเลี่ยงที่จะทำการค้ากับอิหร่าน

สหรัฐอเมริกาสืบสวนคดีดังกล่าวตั้งแต่ปี 2016 และพบว่าบริษัทลูกของหัวเว่ยดังกล่าวได้ส่งอุปกรณ์อุตสาหกรรมของสหรัฐ และมีการติดต่อธุรกิจมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ในอิหร่านด้วย
เมิ่ง หรือที่รู้จักกันในนาม “ซาบรินา เมิ่ง” และ “เคธี เมิ่ง” ลูกสาวของประธานบริษัทหัวเว่ย ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานบริหารการเงิน (ซีเอฟโอ) ของบริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในจีน

เมิ่ง เข้าทำงานในบริษัทหัวเว่ย ครั้งแรกในฐานะพนักงานต้อนรับในปี 1993 และหลังจากจบปริญญาโทด้านการบัญชี จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง ในปี 1999 เมิ่ง ก็เข้าทำงานในแผนกการเงินของบริษัททันที

เมิ่ง ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งซีเอฟโอ ในปี 2011 และได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นรองประธานบริษัทเพียงไม่กี่เดือนก่อนหน้าที่จะถูกจับกุมในประเทศแคนาดา

Advertisement

ล่าสุดในปี 2018 เมิ่ง ได้รับการจัดอันดับโดย “นิตยสารฟอร์บส์” ให้อยู่ในอันดับที่ 12 ของนักธุรกิจหญิงชั้นนำของจีน แต่นั่นก็เป็นการตกลงมา 4 อันดับจากการจัดอันดับเมื่อปี 2017

สถานะลูกสาวของ “เหริน เจิ้งเฟย” ผู้ก่อตั้งหัวเว่ยของเมิ่ง ถูกเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ื่องจาก เมิ่งใช้นามสกุลของแม่ที่เป็นภรรยาคนแรกของผู้ก่อตั้งหัวเว่ย ในชื่อ “เมิ่ง จวิน”

ชีวิตของเมิ่ง ผู้บริหารหญิงคุณแม่ลูก 4 ได้รับการเปิดเผยในคำโต้แย้งเพื่อขอประกันตัวในศาลประเทศแคนาดา เล่าเรื่องราวของเมิ่งที่เคยรอดชีวิตจากมะเร็งต่อมไทรอยด์ ปัจจุบันป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง และมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ จำเป็นต้องได้รับยาสม่ำเสมอทุกวัน พร้อมกับระบุว่าเมิ่งนั้นไม่มีความเสี่ยงหลบหนีเนื่องจากมีรากเหง้าฝังลึกในเมืองแวนคูเวอร์

เมิ่งให้การกับศาลว่าตนเป็นผู้อาศัยในแคนาดาจนถึงปี 2009 ก่อนจะเดินทางกลับจีน โดยเมิ่ง และสามีคนที่สอง ได้ซื้อบ้าน 6 ห้องนอนเอาไว้และมักเดินทางกลับมาเยี่ยมลูกๆ ซึ่งในจำนวนนี้เข้าเรียนในโรงเรียนของแคนาดาจนถึงปี 2012

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเมิ่งมีแมนชั่นอีกหลัง ซึ่งได้ถูกนำมายื่นเป็นหลักทรัพย์ประกันตัวนางเมิ่งในคดีดังกล่าวด้วย

มีรายงานด้วยว่าเมิ่งมีพาสปอร์ตจีน และฮ่องกง รวมกันมากถึง 7 เล่ม และจากข้อมูลของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐพบว่าเมิ่ง ใช้พาสปอร์ตฮ่องกงที่แตกต่างกัน 3 เล่มในการเดินทางเข้าสหรัฐระหว่างปี 2014 และ 2017 ขัดแย้งกับกฎการครอบครองพาสปอร์ตทั้งของฮ่องกง และจีน ที่อนุญาตให้มีพาสปอร์ตคนละ 1 เล่มเท่านั้น

ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่ในเวลานี้