คณะกรรมการพิทักษ์ผู้สื่อข่าว องค์กรที่มีสำนักงานอยู่ในนครนิวยอร์ก เปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ระบุว่าตัวเลขผู้สื่อข่าวที่ถูกสังหารในปีนี้ทั่วโลก เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า โดยหากนับถึงวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมานั้นมีจำนวนอย่างน้อย 53 ราย
รายงานระบุว่าในจำนวนผู้สื่อข่าวที่เสียชีวิตดังกล่าวมี 34 รายที่ถูกฆ่าเนื่องจากงานข่าวที่ทำ ขณะที่จำนวนรวมทั้งหมดอยู่ที่ 53 ราย เปรียบเทียบกับตัวเลขเมื่อปี 2017 ที่มีผู้ถูกฆ่าจากการตอบโต้กับงานข่าวที่ทำเพียง 18 ราย ขณะที่ยอดตายทั้งหมดอยู่ที่ 47 ราย
รายงานระบุว่าในจำนวนผู้สื่อข่าวที่เสียชีวิตรวมนายจามาล คาช็อกกี คอลัมนิสต์นักวิจารณ์ราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย ที่ถูกฆาตกรรมในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบีย ในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกีเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมาเหตุการณ์ซึ่งสร้างแรงสะเทือนให้กับการเมืองโลก ท่ามกลางการตั้งข้อสงสัยกับมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย
นอกจากผู้สื่อข่าวที่เสียชีวิตจากตอบโต้ต่องานที่ทำแล้วยังนับรวมถึงผู้สื่อข่าวที่เสียชีวิตขณะรายงานข่าวสงคราม หรือพื้นที่อันตรายอื่นๆ รายงานระบุด้วยว่าสถานที่ซึ่งอันตรายที่สุดสำหรับนักข่าวคือประเทศอัฟกานิสถานที่มีนักข่าวเสียชีวิตแล้ว 13 คน ผลจากระเบิดฆ่าตัวตายซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศ
นอกจากนี้คณะกรรมการพิทักษ์ผู้สื่อข่าว ยังระบุถึงประเด็นการจับกุมคุมขังนักข่าวที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆด้วย
ทั้งนี้การเปิดเผยรายงานดังกล่าวมีขึ้นหลังนิตยสารไทม์ ประกาศให้นักข่าวที่ถูกฆ่าและถูกขังจำนวนหนึ่งเป็นบุคคลแห่งปี ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคาช็อกกี, มาเรีย เรสซา นักข่าวที่ถูกจำคุกจากฟิลิปปินส์, วา โลน และ คอ โซ อู สองนักข่าวรอยเตอร์ที่ถูกจับกุมในประเทศพม่า และเจ้าหน้าที่ของสำนักข่าวแคปปิตอล กาเซตต์ ที่ถูกมือปืนกราดยิงในสหรัฐอเมริกา

