สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ทางการอินโดนีเซียเรียกร้องให้ประชาชนที่อยู่ใกล้กับเกาะภูเขาไฟอนัก กรากาตัว หลีกเลี่ยงการอยู่บริเวณชายฝั่ง ในช่วงที่ภูเขาไฟยังคงเกิดการปะทุรุนแรงอยู่ และทางการจะคอยเฝ้าจับตาดูสภาพอากาศรวมทั้งน้ำทะเลว่าจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดคลื่นยักษ์สึนามิขึ้นหรือไม่ หลังจากการปะทุใหญ่ของภูเขาไฟอนัก กรากาตัว เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา ส่งผลทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิขึ้นบริเวณพื้นที่ช่องแคบซุนดา ของอินโดนีเซีย และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 429 ราย
โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยา ธรณีฟิสิกส์ และภูมิอากาศวิทยา ของอินโดนีเซีย ได้แจ้งให้ประชาชนอยู่ห่างจากบริเวณชายฝั่งช่องแคบซุนดาอย่างน้อย 500 เมตรเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากอาจจะเกิดคลื่นสูงและฝนกตกลงมาอย่างหนักได้ในวันที่ 26 ธันวาคม ซึ่งอาจจะทำให้ดินบริเวณปล่องภูเขาไฟเกิดการถล่มลงมาและทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิได้อีก
ขณะที่มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยอินโดนีเซีย ได้ใช้โดรนและสุนัขดมกลิ่นช่วยในการตามหาเหยื่อบริเวณชายฝั่งตะวันตกของเกาะชวา ที่ถูกคลื่นสึนามิพัดถล่ม ในขณะที่ภูเขาไฟอนัก กรากาตัว ยังคงเกิดการปะทุและพ่นเถ้าถ่านออกมาจำนวนมากตลอดเวลา โดยล่าสุด ยังมีรายงานผู้สูญหายอย่างน้อย 154 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 1,400 คน ขณะที่ชาวบ้านหลายพันคนต้องขึ้นไปอาศัยอยู่บนที่สูง เนื่องจากมีการขยายระยะเวลาเตือนภัยว่าอาจจะเกิดคลื่นสูงได้บริเวณชายฝั่ง
ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนออกแถลงการณ์กรณีเหตุสุนามิในอินโดนีเซีย ลงวันที่ 25 ธันวาคม ความว่า ชาติสมาชิกอาเซียนขอแสดงความเสียใจและเห็นใจอย่างลึกซึ้งมายังรัฐบาลและประชาชนอินโดนีเซียต่อการสูญเสียชีวิตและความเสียหายต่อทรัพย์สินให้เกิดขึ้นจากสึนามิที่พัดถล่มจังหวัดบันเต็น และลัมปุง เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2561 เราขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้ และครอบครัวของพวกเขา
อาเซียนพร้อมที่จะยืนเคียงข้างท่ามกลางช่วงเวลาอันท้าทายด้วยการให้ความร่วมมือและสนับสนุนอินโดนิเซีย โดยยึดมั่นความสำคัญของการให้ความช่วยเหลือตามที่หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติของอินโดนีเซียระบุไว้


