ญี่ปุ่นประกาศถอนตัวจากคณะกรรมการล่าวาฬนานาชาติ (ไอดับเบิลยูซี) อย่างเป็นทางการ พร้อมระบุว่าญี่ปุ่นจะกลับมาล่าวาฬเพื่อการค้าอีกครั้งในปี 2562 นี้ สร้างความไม่พอใจใก้กับนักเคลื่อนไหวรวมถึงชาติที่ต่อต้านการล่าวาฬซึ่งรวมไปถึงออสเตรเลียด้วย
นายโยชิฮิเดะ สึงะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น ระบุในวันเดียวกันว่า การล่าวาฬเพื่อการค้านั้นจะจำกัดอยู่ในน่านน้ำของประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น และระบุว่า ญี่ปุ่นจะไม่ล่าวาฬในมหาสมุทรแอนตาร์คติกและน่านน้ำซีกโลกใต้ และว่า ญี่ปุ่นจะแจ้งไอดับเบิลยูซี อย่างเป็นทางการในสิ้นปีนี้ ซึ่งหมายึงการถอนตัวดังกล่าวจะมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มิถุนายน 2562
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากญี่ปุ่นล้มเหลวที่จะโน้มน้าวให้ไอดับเบิลยูซีเปิดทางให้ญี่ปุ่นล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์ได้ โดยก่อนหน้านั้นญี่ปุ่นได้ขู่ที่จะถอนตัวออกจากไอดับเบิลยูซี และถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่องที่มีการล่าวาฬเกิดขึ้นโดยอ้างว่าเป็นไปเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ซึ่งหายฝ่ายเห็นว่าเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อบังหน้าเท่านั้น
การถอนตัวดังกล่าวจะเปิดทางให้ญี่ปุ่นสามารถล่าวาฬหลายชนิดซึ่งได้รับการคุ้มครองโดยไอดับเบิลยูซี ในน่านน้ำของญี่ปุ่นเองได้ แต่ญี่ปุ่นจะไม่นามารถล่าวาฬในมหาสมุทรแอนตาร์กติกาที่ญี่ปุ่นเคยอ้างว่าทำเพื่อการวิจัยทางวิทยาสตร์ในฐานะไอดับเบิลยูซี ได้อีกต่อไป
รายงานระบุว่าญี่ปุ่น ร่วมกับไอซ์แลนด์ และนอร์เวย์ ต่อต้านการห้ามล่าวาฬเพื่อการค้าของไอดับเบิลยูซีอย่างเปิดเผย ขณะที่การตัดสินใจดังกล่าวของญี่ปุ่นเองส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากโดยเฉพาะรัฐบาลออสเตรเลียที่ออกมาแถลงแสดงความไม่พอใจกับการตัดสินใจดังกล่าวของญี่ปุ่น
ทั้งนี้ญี่ปุ่นมีทำเนียมในการล่าวาฬมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี และเนื้อวาฬนั้นก็เป็นแหล่งโปรตีนสำคัญในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นประสบกับภาวะยากจนอย่างหนัก
แม้ว่าในช่วงหลังความนิยมบริโภคเนื้อวาฬเริ่มลดลงเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามรัฐบาลญี่ปุ่นยังคงยืนยันว่าการล่าวาฬนั้นเป็นวัฒนธรรมอันสำคัญของประเทศญี่ปุ่นที่จะส่งต่อสูงลูกหลาน

