หน้าแรก ต่างประเทศ เผยภูเขาไฟ &#...

เผยภูเขาไฟ “อนักกรากาตัว” เตี้ยลง 2 ใน 3 จากความสูงเดิม เหตุทรุดตัวหลังเกิดระเบิด จนก่อสึนามิกลืนอิเหนา

29.12.18 | 15:18 น.
ภูเขาไฟอนักกรากาตัว ในช่องแคบซุนดา ของอินโดนีเซีย ยังคงปะทุพ่นเถ้าถ่านขึ้นเหนือท้องฟ้า เมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา (รอยเตอร์)

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม รายงานข่าวเอเอฟพีแจ้งว่า จากการวิเคราะห์ด้วยสายตาของสำนักงานวิทยาภูเขาไฟอินโดนีเซียพบว่าภูเขาไฟอนักกรากาตัวที่ระเบิดปะทุขึ้นและก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิถล่มหลายเมืองชายฝั่งในช่องแคบซุนดา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา และคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 400 ราย บาดเจ็บอีกนับพันคนนั้น พบว่าความสูงของภูเขาไฟลูกนี้ได้หายไปมากถึง 2 ใน 3 โดยจากเดิมที่ภูเขาไฟอนักกรากาตัวมีความสูงถึง 338 เมตร แต่ตอนนี้มีความสูงเหลืออยู่ที่ 110 เมตร ซึ่งสำนักงานวิทยาภูเขาไฟอินโดนีเซียประเมินว่าภูเขาไฟอนักกรากาตัวได้สูญเสียพื้นที่ภูเขาที่ประกอบด้วยหินหนาแน่นและเถ้าถ่านจำนวนมากไประหว่างราว 150-180 ล้านลูกบาศก์เมตร จากการทรุดตัวลงสู่ทะเลหลังจากเกิดการปะทุระเบิดขึ้น จนเป็นผลผลให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิขึ้นตามมา


“ตอนนี้ภูเขาไฟอนักกรากาตัวเตี้ยลงกว่าเดิม โดยปกติก่อนหน้านี้คุณสามารถมองเห็นยอดของภูเขาไฟจากหอสังเกตการณ์ได้ แต่ตอนนี้คุณไม่สามารถมองเห็นได้แล้ว” นายวาวัน ไอราวัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานวิทยาภูเขาไฟอินโดนีเซียกล่าว

ภาพถ่ายเปรียบเทียบบริเวณภูเขาไฟอนักกรากาตัวก่อน(ภาพซ้าย)คือเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมปี 2018 กับหลัง(ขวา)คือวันที่ 24 ธันวาคมปี 2018 เผยให้เห็นการหายไปของพื้นที่ส่วนหนึ่งของภูเขาไฟลูกนี้ ถ่ายโดยสำนักงานอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)

นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายทางดาวเทียมก่อนและหลังเกิดการปะทุภูเขาไฟอนักกรากาตัว ที่สำนักงานอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)เผยแพร่ออกมา แสดงให้เห็นพื้นที่ขนาดใหญ่ประมาณ 2 ตารางกิโลเมตรของภูเขาไฟอนักกรากาตัวหายไปจากการทรุดตัวลงในทะเล

ทั้งนี้ภูเขาไฟอนักกรากาตัว ที่แปลว่า ลูกของกรากาตัว เป็นเกาะภูเขาไฟใหม่ที่เกิดขึ้นในปีค.ศ.1928 บริเวณที่เคยเป็นปากปล่องของภูเขาไฟกรากาตัว ซึ่งเคยเกิดระเบิดขึ้นครั้งใหญ่ในปีค.ศ.1883 เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยกว่า 36,000 ราย

Advertisement

ข่าวรอบด้าน กับ Line@มติชนนิวส์รูม คลิกเป็นเพื่อนกัน ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน