สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ระบุว่า สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของรัฐบาลเกาหลีเหนือรายงานว่า เกาหลีเหนือจะเสริมศักยภาพอาวุธนิวเคลียร์เพื่อการป้องกันตนเอง ซึ่งค้านต่อมติของสหประชาชาติ (ยูเอ็น)
การตัดสินใจภายใต้การประชุมพรรคกรรมกรเกาหลีเหนือที่มีขึ้นครั้งแรกในรอบ 36 ปี เป็นการแสดงจุดยืนอย่างเป็นทางการของเกาหลีเหนือที่ประกาศว่าตนเองเป็น “รัฐที่มีความรับผิดชอบต่อการใช้อาวุธนิวเคลียร์” และปฏิเสธที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์เว้นเสียแต่อธิปไตยของตนถูกละเมิดจากประเทศอื่นด้วยการใช้อาวุธนิวเคลียร์จู่โจม
เคซีเอ็นเอกล่าวถึงมติของการประชุมรัฐสภาว่า “เกาหลีเหนือจะยึดถือแนวทางยุทธศาสตร์ในการผลักดันเศรษฐกิจ และเสริมสร้างอาวุธนิวเคลียร์และเพิ่มศักยภาพในการป้องกันตนเองด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ ตราบใดที่พวกจักรวรรดินิยมยืนกรานในฐานะภัยคุกคามนิวเคลียร์และมักกระทำการโดยพลการ”
เมื่อมีนาคมที่ผ่านมา คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ประกาศมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนืออย่างเข้มงวดขึ้น หลังเกาหลีเหนือทำการทดสอบนิวเคลียร์เป็นครั้งที่ 4 ในเดือนมกราคม ก่อนที่จะทำการทดสอบขีปนาวุธเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง
แม้ประกาศใช้มตินี้แล้ว เกาหลีเหนือยังแสดงท่าทีไม่โอนอ่อนต่อการคว่ำบาตร และทำการทดสอบขีปนาวุธต่อ รวมถึงการทดสอบ “มูซูดัน” ขีปนาวุธพิสัยกลางแต่ปรากฏว่าประสบความล้มเหลวถึง 2 ครั้ง

