เมื่อวันที่ 4 มกราคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คลื่นความร้อนยังคงแผ่ปกคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศออสเตรเลียที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ทำให้อุณหภูมิในพื้นที่ดังกล่าวพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์และเป็นผลให้ทางการต้องประกาศห้ามจุดไฟเพื่อป้องกันเหตุไฟไหม้รุนแรง ท่ามกลางความห่วงกังวลว่าสภาพอากาศที่ร้อนจัดอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของนักเทนนิสที่จะเข้าร่วมแข่งขันในรายการออสเตรเลียโอเพ่นที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นในเดือนนี้ด้วย
รอยเตอร์รายงานว่าหนึ่งสัปดาห์หลังจากเมืองที่ร้อนที่สุดของออสเตรเลียที่อยู่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือได้ทำสถิติวันร้อนที่สุดไปแล้ว คลื่นความร้อนได้แผ่ปกคลุมมาอีกฝั่ง ส่งผลให้นครเมลเบิร์นของออสเตรเลียมีอุณหภูมิสูงเกือบทุบสถิติที่ 42 องศาเซลเซียส ขณะที่คาดว่าหลายภูมิภาคทางตอนเหนือของออสเตรเลียยังมีอากาศร้อนขึ้นและลมพัดแรง ส่งผลให้ทางการประกาศห้ามจุดไฟในรัฐวิกตอเรีย ซึ่งเป็นรัฐใหญ่อันดับ 2 ของออสเตรเลีย
ข่าวแจ้งว่า แม้สำนักงานพยากรณ์อากาศจะคาดการณ์ว่าอุณหภูมิในพื้นที่นี้จะลดลงในภายหลัง ทว่ามีความเป็นไปได้ว่าคลื่นความร้อนจะกลับมาแผ่ปกคลุมในไม่ช้า ซึ่งจะมีขึ้นก่อนหน้าไม่กี่วันที่ศึกเทนนิสแกรนด์สแลม ออสเตรเลียโอเพ่น จะเปิดฉากขึ้นที่นครเมลเบิร์นในวันที่ 14 มกราคมนี้ และมีรายงานว่าคณะทำงานฝ่ายกีฬาของออสเตรเลียได้ยกระดับการทดสอบอุณหภูมิที่ศูนย์กีฬาเมลเบิร์นปาร์ก และได้แนะนำให้มีการพักเบรกเป็นเวลา 10 นาทีสำหรับการแข่งขันเทนนิสรายการนี้ในประเภทชายเดี่ยว นอกจากนี้ยังทำการรับรองมาตรวัดความเครียดจากความร้อน 5 ระดับเพื่อให้คณะกรรมการในการแข่งขันสามารถสั่งระงับการแข่งขันภายใต้สภาพการณ์ที่ร้ายแรงได้
ส่วนที่เมืองโฮบาร์ต ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐแทสเมเนีย ซึ่งปกติเป็นเมืองที่มีสภาพอากาศเย็นที่สุดของประเทศ ขณะนี้ปรอทอุณหภูมิพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเพิ่มขึ้น 2 องศาจากระดับอากาศร้อนที่สุดของเดือนมกราคม ขณะที่สภาเทศบาลเมืองเชพพาร์ตัน ทางตอนเหนือของนครเมลเบิร์น ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่คอยเตือนให้ประชาชนที่มาว่ายน้ำตามสระต่างๆ ของเมืองให้หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดโดยตรงในช่วงเดือนมกราคมที่มีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 45 องศาเซลเซียสด้วย
ข่าวรอบด้าน กับ Line@มติชนนิวส์รูม คลิกเป็นเพื่อนกัน ได้ที่นี่
![]()

