สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 มกราคม สภาสามัญหรือสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ ลงมติ 308 เสียงต่อ 297 เสียง ให้แก้ไขตารางเวลาว่าด้วยการนำเสนอร่างความตกลงเพื่อออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) หรือร่างเบร็กซิท โดยกำหนดใหม่ให้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ ต้องนำเสนอแนวทางเลือกอื่นให้สภาพิจารณาภายใน 3 วันทำการ ถ้าหากร่างความตกลงเบร็กซิท ซึ่งรัฐบาลไปทำความตกลงไว้กับอียู ไม่ผ่านมติความเห็นชอบของสภา ในการพิจารณาวันที่ 15 มกราคมนี้ แทนที่จะเป็นไปตามกำหนดเดิมที่ให้เวลารัฐบาลหาแนวทางใหม่ภายใน 21 วัน ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้สภาสามารถปรับแก้แนวทางที่เป็นทางเลือกใหม่ได้ตามความต้องการของสภาอีกด้วย
การแพ้มติดังกล่าวนี้ถือเป็นการแพ้มติที่เกี่ยวเนื่องกับเบร็กซิท 2 ครั้งติดต่อกันภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลังจากเมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมาสภามีมติให้จำกัดอำนาจรัฐบาลในการจัดเก็บภาษีบางประการ ในกรณีที่อังกฤษจำเป็นต้องออกจากอียูโดยไม่มีการทำความตกลงใดๆ เกิดขึ้นหรือที่เรียกว่า โนดีล เบร็กซิท มติใหม่ดังกล่าวนี้นอกจากบีบบังคับให้รัฐบาลต้องหาแนวทางเลือกอื่นนอกเหนือจากแนวทางตามร่างเบร็กซิทเดิมแล้ว ยังเปิดโอกาสให้สภาสามัญเข้ามามีส่วนกำหนดแนวทางของร่างความตกลงใหม่มากขึ้นอีกด้วย
ทั้งนี้หากรัฐบาลยินยอมทำตามมติดังกล่าวนี้ก็จะมีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีการต่อรองกับอียูเพื่อชะลอกระบวนการเบร็กซิทออกไปอีก หรือไม่ก็จัดให้มีการทำประชามติเบร็กซิทใหม่ แต่หากรัฐบาลไม่ยินยอมหรือมองไม่เห็นทางเลือกอื่น ก็อาจจำเป็นต้องประกาศลาออกจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่และให้รัฐบาลใหม่รับผิดชอบเบร็กซิทต่อไป

