
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 13 มกราคมระบุว่า นางสาวราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล-คานูน หญิงสาวชาวซาอุดีอาระเบียวัย 18 ปีที่ถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทยกักตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนได้ได้รับสถานะผู้ลี้ภัยของประเทศแคนาดา ได้เดินทางถึงเมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดาแล้วเมื่อวันที่ 12 มกราคมตามเวลาท้องถิ่นของประเทศแคนาดาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้รับการต้อนรับจากคริสเตีย ฟรีแลนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศหญิงของประเทศแคนาดา
รายงานระบุว่าคานูน แต่งกายโดยใส่กระโปรง สวมเสื้อมีฮู้ดสีเทาพร้อมข้อความ “แคนาดา” สีแดงที่หน้าอก นอกจากนี้ยังสวมหมวกที่มีโลโก้ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) โดยคานูนมีสีหน้ายิ้มแย้ม อย่างไรก็ตามไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อ ก่อนที่คานูน จะทวีตวิดีโอ พร้อมข้อความระบุว่า “ฉันรักแคนาดา ฉันรักคุณทุกคน”
ด้านนางฟรีแลนด์ระบุว่า คานูน “ต้องการให้ชาวแคนาดาเห็นว่าเธออยู่ที่นี่แล้ว อยากให้เห็นว่าเธอสบายดีและเธอมีความสุขมากๆที่ได้อยู่ที่บ้านใหม่ของเธอที่นี่”
“เธอเดินทางค่อนข้างไกลและมีความเหนื่อยล้า และต้องการที่จะไม่ตอบคำถามใดๆในเวลานี้” ฟรีแลนด์ ระบุ

รายงานระบุว่ากลุ่ม “คอสตี” กลุ่มผู้ลี้ภัยที่มีสำนักงานอยู่ในเมืองโตรอนโต ได้รับตัวคานูน โดยหลังจากเดินทางไปถึงคานูน ได้เดินทางไปซื้อเสื้อผ้าที่มีความอบอุ่นมากขึ้นในเมืองออนแทรีโอ โดยโฆษกของคอสตี เปิดเผยว่า คานูน มีคนรู้จักอยู่จำนวนหนึ่งในออนแทรีโอ และได้ติดต่อกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยหลังจากนี้กลุ่มคอสตีจะส่งตัวแทนช่วยคานูน ในการเปิดบัญชีธนาคารและดำเนินการกับทางราชการก่อนที่จะช่วยหาบ้านพักถาวรให้กับคานูนต่อไป โดยในเวลานี้คานูนจะอยู่ในที่พักซึ่งมีการคุ้มกันตลอดเวลา พร้อมทั้งมีคำแนะนำให้คานูน หลีกเลี่ยงการเปิดเผยที่อยู่ของตัวเองในเวลานี้

ทั้งนี้การเดินทางถึงประเทศแคนาดาของคานูนนั้นนับเป็นการสิ้นสุดมหากาพย์การขอลี้ภัยอันยาวนานที่เริ่มต้นจากข้อความในทวิตเตอร์ของคานูน จนกลายเป็นกระแสแฮชแท็ก #SaveRahaf ในเวลาต่อมา โดยคานูน เปิดเผยว่าตนถูกคุกคามทั้งทางร่างกายและจิตใจจากครอบครัวอนุรักษ์นิยมสุดโต่งในซาอุดีอาระเบียที่บังคับให้เธอแต่งงานโดยไม่เต็มใจ การเปิดเผยดังกล่าวส่งผลให้คานูน ไม่ต้องถูกส่งตัวกลับประเทศซาอุดิอาระเบีย หลังคานูน โดนกักตัวอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยทางการไทยได้ส่งตัวเธอให้กับยูเอ็นเอชซีอาร์ ซึ่งประสานส่งตัวคานูนให้กลับแคนาดาดังกล่าว
