คอลัมน์ไฮไลต์โลก: วัฒนธรรมข่มขืนในเซียร์ราลีโอน!

17.01.19 | 02:30 น.
แฟ้มภาพเอเอฟพี

เป็นเรื่องน่ารันทดใจ ขณะคนในพื้นที่ใช้คำว่า “วัฒนธรรมข่มขืน” ในการสะท้อนถึงปัญหาความรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงในประเทศเซียร์ราลีโอน ชาติในแอฟริกาตะวันตกที่เป็นหนึ่งในชาติยากจนที่สุดในโลก

นั่นหมายความว่า การข่มขืนที่เป็นรูปแบบหนึ่งของปัญหาความรุนแรงทางเพศ มันหนักหนาสาหัสและฝังรากอยู่ในประเทศนี้มานานมากขนาดไหน

คำนี้มาจากปากของ เชอร์เนอร์ บาห์ หนึ่งในผู้ร่วมเดินขบวนประท้วงต่อต้านความรุนแรงต่อสตรีเพศ ในกรุงฟรีทาวน์ของเซียร์ราลีโอน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อน ขณะที่ อัสมา เจมส์ ผู้จัดการชุมนุมประท้วงชี้ว่าการข่มขืนผู้เยาว์เป็นปัญหาระดับชาติ ที่ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย จะต้องลุกขึ้นมาพูดถึงและหาทางแก้ปัญหานี้กัน

จากข้อมูลทางสถิติของสำนักงานตำรวจเซียร์ราลีโอนระบุว่า ในปี 2561 ที่ผ่านมา เหตุความรุนแรงทางเพศในเซียร์ราลีโอนเกิดเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว โดยมีกรณีผู้ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศจำนวน 8,505 ราย จากประชากรทั้งประเทศ 7.5 ล้านคน เพิ่มจาก 4,750 รายในปีก่อนหน้า ซึ่งในจำนวนนี้เป็นกรณีการข่มขืนเด็ก 2,579 กรณี หรือ 1 ใน 3 ของเหตุความรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้นในปีดังกล่าวทั้งหมด

ขณะที่ข้อมูลของกลุ่มเรนโบ อินิชิเอทีฟ ซึ่งให้การดูแลและให้คำปรึกษาทางการแพทย์แก่ผู้ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศระบุว่า ในปี 2561 ผู้ตกเป็นเหยื่อข่มขืนมากถึง 76 เปอร์เซ็นต์ มีอายุเพียง 15 ปีหรือน้อยกว่านั้น ซึ่งมีทารกรวมอยู่ด้วย ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มเหยื่ออายุ 16-20 ปี และในแต่ละเดือนยังมีเหยื่อตั้งครรภ์ทารกจากการถูกข่มขืนเฉลี่ยเดือนละ 149 ราย

Advertisement

เฉพาะในกรุงฟรีทาวน์ อันเป็นเมืองหลวง ในช่วงระหว่างเดือนมกราคม-ตุลาคมปี 2561 มีกรณีการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้น 1,491 ราย โดยเหยื่อความรุนแรงทางเพศที่อายุน้อยที่สุด เป็นทารกวัยเพียง 7 เดือน ส่วนเหยื่อที่อายุมากที่สุด มีอายุ 85 ปี และในจำนวนผู้รอดชีวิตจากเหตุความรุนแรงทางเพศ 6 รายกลายเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี และอีก 484 รายตั้งครรภ์หลังจากถูกข่มขืน

เมื่อมีการพูดถึงต้นตอของปัญหาการข่มขืนในเซียร์ราลีโอนก็มักจะถูกชี้ไปที่ความรุนแรงในประเทศ จากการที่เซียร์ราลีโอนตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองมาเป็นเวลานานนับสิบปี(ระหว่างปี 2534-2544) ที่ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงจำนวนหลายพันคนตกเป็นเหยื่อของการข่มขืนและความรุนแรงทางเพศในรูปแบบต่างที่ทำกันอย่างเป็นระบบ

โรดา ซุฟฟีอัน-คาร์กโบ นูนี หนึ่งในคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายของเซียร์ราลีโอนบอกว่าความรุนแรงทางเพศต่อผู้หญิงและเด็กผู้หญิงกลายเป็นสิ่งปฏิบัติอย่างแพร่หลายที่ฝังรากลึกในประเทศ แม้จะมีความพยายามรณรงค์ต่อสู้กับปัญหานี้อยู่ก็ตาม ทว่าบ่อยครั้งผู้ก่อเหตุมักลอยนวลหนีเงื้อมมือของกฎหมายไปได้

โดยจากข้อมูลทางการศาลของเซียร์ราลีโอนชี้ว่าในปี 2561 มีคดีข่มขืนเพียง 26 คดีเท่านั้นที่มีการดำเนินคดีเอาผิดต่อผู้กระทำผิดจนนำไปสู่การลงโทษ แต่อีกหลายคดีผู้ก่อเหตุกลับหลุดไปได้ เพราะไร้ระบบการตรวจสอบพยานหลักฐานที่มีประสิทธิภาพ เช่น การตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ และอีกหลายคดีที่ผู้กระทำผิดหลุดรอดเงื้อมมือของกฎหมายไปได้ เพราะเหยื่อไม่มีเงินที่จะต่อสู้คดี

กลุ่มฮิวแมนไรท์วอทช์ในเซียร์ราลีโอนเคยย้ำให้เห็นถึงความล้มเหลวของกลไกการบังคับใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่ในประเทศนี้ ทั้งการไร้ซึ่งสิทธิประสิทธิภาพและการทุจริตในระบบศาล ที่ทำให้หลายกรณีมีการไปตกลงกันนอกศาลหรือไม่เคยถูกนำเรื่องเข้าสู่ศาลเลย

ขณะที่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดทางเพศฉบับปรับปรุงใหม่ปี 2555 ของเซียร์ราลีโอน ที่ระบุว่ากำหนดบทลงโทษผู้กระทำผิดในคดีข่มขืนหนักขึ้น คือ โทษจำคุก 5-15 ปี

ทว่าการบังคับใช้บทลงโทษหนักดังกล่าวก็แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นให้เห็นเลย!

ข่าวรอบด้าน กับ Line@มติชนนิวส์รูม คลิกเป็นเพื่อนกัน ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน