นายดอน ปรมัถต์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวหลังหารือกับดาโตะ ไซฟุดดิน อับดุลละฮ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการว่า ได้มีการหารือในประเด็นต่างๆ ที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ อาทิ การส่งเสริมความเชื่อมโยงตามแนวชายแดน ความร่วมมือเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยในความเชื่อมโยงได้มีการยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความเชื่อมโยงที่ไร้รอยต่อตามแนวชายแดน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการอำนวยความสะดวก การสัญจนข้ามพรมแดน
นายดอนกล่าวว่า รัฐบาลไทยและมาเซียเห็นชอบร่วมกันที่จะขยายเวลาเปิดทำการของด่านศุลกากรสะเดาในฝั่งไทยและด่านศุลกากรบูกิตกายูฮิตัมในฝั่งมาเลเซียเป็น 24 ชั่วโมง โดยกำหนดช่วงทดลองเป็นเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป ทั้งนี้เชื่อว่าการขยายเวลาเปิดทำการของด่านจะช่วยลดปัญหาจราจรคับคั่งที่จุดข้ามพรมแดนไทย-มาเลเซีย โดยเฉพาะสำหรับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเชื่อมโยงที่ไร้รอยต่อตามแนวชายแดน เพื่อจะช่วยลดช่องว่างการพัฒนาและทำให้ประชาชนของทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

“ผมขอขอบคุณดาโตะ ไซฟุดดินที่แสดงความเข้าใจต่อสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย เราทั้งสองต่างย้ำความสำคัญของการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงและข่าวกรอง เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่บริเวณชายแดนจะมีความมั่นคงและปลอดภัย”นายดอนกล่าว และว่า การกระชับความร่วมมือดังกล่าวยังจะช่วยป้องกันการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายข้ามพรมแดนและอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบอื่นๆ อีกด้วย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวด้วยว่า ในเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน เรามีวิสัยทัศน์ร่วมกันที่จะส่งเสริม “ความยั่งยืนที่ครอบคลุมทุกมิติ” โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมการศึกษาที่มีคุณภาพเพื่อให้มั่นใจว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่จะสามารถมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา และยกระดับความกินดีอยู่ของประชาชน ประเทศชาติ และภูมิภาคของเราต่อไป ทั้งนี้เราจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อนำผลการหารือไปต่อยอดเพื่อให้ความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซียเข้าสู่ทศวรรษใหม่ของการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่เข้มข้นขึ้น และเพื่ออนาคตที่สดใสของประชาคมอาเซียน

นายดอนกล่าวว่า ไทยและมาเลเซียยังเตรียมที่จะจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี(เจซี)ไทย-มาเลเซียครั้งใหม่เพื่อให้กรอบการหารือดังกล่าวเดินหน้าต่อไป หลังจากคั่งค้างมาเป็นเวลา 3 ปี เบื้องต้นคาดว่าการประชุมดังกล่าวจะเกิดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ โดยฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม
ด้านดาโตะ ไซฟุดดิน กล่าวว่า มาเลเซียและไทยมีสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกัน การเดินทางมาครั้งนี้ก็เพื่อกระชับความสัมพันธ์และติดตามประเด็นต่างๆ หลังการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน การเปิดจุดผ่านแดนระหว่างกัน 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 3 เดือนก็เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับรถขนส่งสินค้าและรถขนาดใหญ่ เพราะไม่สมควรปล่อยให้รถเหล่านั้นต้องรอคอยด่านเปิดในช่วงกลางวัน ซึ่งเสียทั้งค่าใช้จ่ายและไม่เป็นผลดีต่อสินค้าด้วยเช่นกัน ในฐานะรัฐบาลที่ดีเราต้องอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจของภาคเอกชน
ดาโตะ ไซฟุดดิน ยังกล่าวแสดงความยินดีต่อการรับตำแหน่งประธานอาเซียนของไทย พร้อมกับแสดงความยินดีที่ไทยเลือกการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นแนวคิดหลักของการประชุม ซึ่งเป็นประเด็นที่นากยรัฐมนตรีมาเลเซียก็ได้เน้นย้ำมาแล้วเช่นกันว่ามาเลเซียให้การสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนว่าเป็นหลักการสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศ และยังเป็นหลักการสำคัญภายใต้สหประชาชาติอีกด้วย ทั้งนี้ประเทศไทยถือเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของมาเลเซีย เราสัญญาว่าจะทำงาร่วมกันอย่างใกล้ชิดต่อไป

