
เมื่อวันที่ 24 มกราคม สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า สภาพอากาศร้อนจัดจากภาวะคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมไปทั่วประเทศออสเตรเลีย ได้ส่งผลให้สัตว์ป่าจำนวนมากต้องล้มตายอย่างน่าอนาถ ซึ่งรวมถึงฝูงม้าป่ามากกว่า 90 ตัว ที่ล้มตายเกลื่อนกลาดอยู่ในแอ่งน้ำอันแห้งเหือดกลางป่าใกล้กับเขตอลิซสปริงส์ ภูมิภาคนอร์เทิร์นเทอร์ริทอรี ทางตอนเหนือและกลางของประเทศออสเตรเลียเมื่อสัปดาห์ก่อน
จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ของออสเตรเลียระบุว่าฝูงม้าป่าที่พบอยู่ในแอ่งน้ำที่เหือดแห้งดังกล่าว ประมาณ 40 ตัวเป็นม้าป่าที่ตายแล้วจากภาวะขาดน้ำและอดตาย ส่วนม้าป่าที่เหลือเจ้าหน้าที่พบว่ามันกำลังจะตาย ก็เลยต้องฆ่าม้าป่าเหล่านั้นทิ้งเพื่อไม่ให้ทรมาน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังมีแผนที่จะฆ่าม้าป่าดุร้ายอีก 120 ตัว ฝูงลาและอูฐทิ้งเนื่องจากพบว่าพวกมันกำลังจะตายจากการขาดน้ำ

ราล์ฟ เทอร์เนอร์ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่พบเห็นฝูงม้าป่าล้มตายเพราะอากาศร้อนจัดได้โพสต์ภาพซากฝูงม้าป่าล้มตายกันอยู่กระจัดกระจายบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยเขียนข้อความว่าเหมือนเป็นฉากฆาตกรรมหมู่อาบเลือด ที่ตนไม่เคยพบเห็นภาพแบบนี้มาก่อนและไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้น
กรมอุตุนิยมวิทยาของออสเตรเลียเปิดเผยว่า ในช่วงเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พื้นที่เขตอลิซสปริงส์มีอุณหภูมิสูงถึง 42 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงฤดูร้อนของเดือนมกราคมของพื้นที่นี้ถึงกว่า 6 องศาเซลเซียส สภาพอากาศร้อนจัดนี้ยังเกิดขึ้นหลังจากคลื่นความร้อนพุ่งทำสถิติสูงสุดของวัน 5 ที่ร้อนจัดเป็นประวัติการณ์ของออสเตรเลียด้วยที่ยังทำให้สัตว์ป่าหลายชนิดในออสเตรเลียได้รับผลกระทบ ที่รวมถึงฝูงค้างคาวท้องถิ่นในรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่ร่วงหล่นมาตายและยังพบปลามากกว่าครึ่งล้านตัวเอ่อลอยตายตามริมฝั่งน้ำหลายสาย

ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานสภาพอุณหภูมิในวันเดียวกันนี้ในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองอะดิเลด รัฐเซาท์ออสเตรเลียว่าพุ่งสูงขึ้นถึง 49.5 องศาเซลเซียส ขณะที่ในตัวเมืองอุณหภูมิอยู่ที่ 47.7 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์นับจากปีค.ศ.1939 ส่งผลให้หน่วยงานสาธารณสุขออกประกาศเตือนประชาชนให้ระวังสุขภาพจากสภาพอากาศร้อนจัด โดยขอให้ประชาชนอยู่ในที่ร่มและทำกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวน้อยที่สุด
ข่าวรอบด้าน กับ Line@มติชนนิวส์รูม คลิกเป็นเพื่อนกัน ได้ที่นี่
![]()
