
เมื่อวันที่ 26 มกราคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมกู้ภัยของบราซิลเร่งมือค้นหาผู้สูญหายราว 300 ราย หลังจากเกิดเหตุเขื่อนแตกในเหมืองแร่เหล็กของบริษัทวาเล เอสเอ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองเบโลฮอริซอนเต รัฐมีนัสเชไรส์ ประเทศบราซิล เมื่อวันศุกร์(25 ม.ค.)ที่ผ่านมา ส่งผลให้กระแสน้ำโคลนเชี่ยวกรากไหล่บ่าเข้าท่วมพื้นที่เมืองดังกล่าวและฝังกลบอาคารบ้านเรือนและรถยนต์จำนวนมาก
เบื้องต้นมีรายงานพบศพผู้เสียชีวิตจากเหตุเขื่อนเหมืองแตกนี้แล้ว 9 ราย ซึ่งนับเป็นความหายนะครั้งเลวร้ายที่สุดอีกครั้งหนึ่งจากเหตุเขื่อนแตกในประเทศบราซิลในรอบ 3 ปี

นายฟาบิโอ ชวาร์ทส์แมน ซีอีโอของบริษัทวาเล เปิดเผยว่า มีคนงานเหมืองเพียงแค่ 1 ใน 3 จากทั้งสิ้นราว 300 คนที่อยู่บริเวณเหมืองดังกล่าวที่ตรวจสอบได้ ส่วนที่เหลือยังไม่ทราบชะตากรรม หลังจากเขื่อนแตกได้พัดพาเอาน้ำโคลนจากเขื่อนไหลท่วมอาคารสำนักงานและโรงอาหารของบริษัทในช่วงเวลาพักกลางวัน

เหตุเขื่อนแตกที่เกิดขึ้นยังส่งให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ราบต่ำต้องอพยพออกจากบ้านเรือนของตนเองเพื่อความปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำเฮลิคอปเตอร์เข้ามาสมทบในการช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่ด้วย สำหรับสาเหตุเขื่อนแตกครั้งนี้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ซึ่งจะมีการสอบสวนต่อไป

ด้านประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิล กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็นโศกนาฏกรรมร้ายแรง โดยตนจะเดินทางไปตรวจดูในพื้นที่เกิดเหตุในวันเดียวกันนี้
เขื่อนเหมืองแห่งนี้เป็นเขื่อนของ วาเล เอสเอ บริษัทเหมืองยักษ์ใหญ่ในบราซิล สร้างขึ้นในปี 2519 สามารถกักเก็บน้ำได้มากถึง 12 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เขื่อนแห่งนี้ถูกปลดระวางไม่มีการใช้งานมาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว
