
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ที่พื้นที่ทางตอนเหนือออสเตรเลียกำลังเผชิญกับเหตุอุทกภัยครั้งเลวร้ายครั้งหนึ่งในรอบศตวรรษของพื้นที่ หลังจากที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูมรสุม ส่งผลให้ทางการออสเตรเลียต้องระดมกำลังทหารเข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในรัฐควีนแลนด์ พื้นที่ประสบเหตุอุทกภัย โดยมีรายงานการอพยพประชาชนกว่า 1,100 คน ออกจากบ้านเรือนไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตัดสินใจเปิดประตูระบายน้ำที่เขื่อนรอสรีฟเวอร์ เมื่อคืนวันอาทิตย์(3 ก.พ.)ที่ผ่านมา เพื่อระบายน้ำในเขื่อนที่มีปริมาณน้ำสะสมสูงมาก

ข่าวแจ้งว่า ประชาชนในรัฐควีนส์แลนด์ โดยเฉพาะเมืองทาวส์วิลล์ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก ไม่เพียงต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมสูงฉับพลัน เหตุดินถล่ม และไฟฟ้าดับซึ่งส่งผลให้ประชาชนกว่า 16,000 คนไม่มีไฟฟ้าใช้แล้ว หากยังต้องเผชิญกับจระเข้น้ำเค็มหลายตัวที่โผล่ออกมาให้เห็นในหลายพื้นที่ของเมืองทาวส์วิลล์ด้วย

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียระบุว่า ไม่กี่ชั่วโมงของช่วงเช้าวันจันทร์(4 ก.พ.)นี้ ที่เมืองอิงแฮม ทางตอนเหนือของเมืองทาวส์วิลล์ มีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงกว่า 10 เซนติเมตรหลังจากที่มีฝนตกหนัก คาดว่ายังจะมีกระแสลมกระโชกแรงเคลื่อนตัวด้วยกำลังลมสูงถึง 100 กม./ชม. ขึ้นบริเวณนอกชายฝั่ง ซึ่งจะทำให้บ้านเรือนประชาชนมากถึง 20,000 หลัง มีความเสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วมสูงหากยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
นางแอนนาสตาเซีย พาลาสซุค นายกรัฐมนตรีรัฐควีนส์แลนด์ ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ว่า เป็นครั้งหนึ่งในรอบศตวรรษที่เกิดภัยพิบัติเช่นนี้ที่นี่ ซึ่งตนไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
VIDEO: The moment the floodgates of the Ross River Dam automatically tripped open in Townsville yesterday. Video: Neilly Group Engineering via Storyful.
Read the latest: https://t.co/HdhCMsHZ3Z pic.twitter.com/svo3iYkhGJ— The Courier-Mail (@couriermail) 3 กุมภาพันธ์ 2562
ข่าวรอบด้าน กับ Line@มติชนนิวส์รูม คลิกเป็นเพื่อนกัน ได้ที่นี่
![]()
