“ได้โปรดบอกเขา อย่าส่งตัวผมกลับบาห์เรน” เป็นเสียงตะโกนของ นายฮาคีม อัล อาไรบี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน ผู้ถูกร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามเเดนกลับไปรับโทษตามคำพิพากษาของศาลที่ประเทศบาห์เรน ในวันสอบคำให้การคดีหมายเลขดำ ผด.6/2562
ที่พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ เป็นโจทก์ยื่นคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน นายฮาคีม เป็นจำเลย เพื่อขอดำเนินการส่งตัวนายฮาคีมกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศบาห์เรน ตามคำขอของทางการบาห์เรนที่ส่งมาให้ทางการไทย
โดยที่ตัวนายฮาคีมได้รับการรับรองสถานะผู้ลี้ภัยจากประเทศออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2560
คดีที่นายฮาคีมถูกบาห์เรนกล่าวหาเเละพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 10 ปี ประกอบด้วยข้อหา ความผิดฐานลอบวางเพลิง, ชุมนุมโดยมิชอบด้วยกฎหมายมากกว่า 5 คนในที่สาธารณะ และใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่ออาชญากรรมและก่อกวนความสงบเรียบร้อยของประชาชน, ครอบครองวัตถุไวไฟซึ่งเป็นระเบิดขวด, เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่ออันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
จากเหตุการณ์เผาสถานีตำรวจในประเทศบาห์เรนเมื่อปี 2555
สำหรับคดีนี้ ฮาคีม ถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) จับกุมตัวขณะเดินทางจากประเทศออสเตรเลีย เข้ามายังประเทศไทยที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2561
หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 อัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ขอขังตัว นายฮาคีม ไว้ชั่วคราวเป็นเวลา 60 วัน ระหว่างรอคำร้องขอจากบาห์เรน ที่ขอให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน
กระทั่งวันที่ 18 มกราคม 2562 รัฐบาลบาห์เรนได้มีหนังสือพร้อมเอกสารหลักฐาน ส่งถึงอัยการสูงสุดในฐานะผู้ประสานงานกลาง ผ่านทางวิถีทางการทูต ให้ส่งตัว นายฮาคีม ซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติบาห์เรนเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ไปรับโทษตามคำพิพากษาที่ประเทศบาห์เรน
พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ จึงได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญาวินิจฉัยการส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามเเดนในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ประเทศบาห์เรนและประเทศไทย ไม่มีสนธิสัญญา ส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน
โดย พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 กำหนดให้รัฐบาลต่างประเทศร้องขอต่อรัฐบาลไทยให้ส่งตัวบุคคลที่กระทำผิดตามกฎหมายของประเทศที่ร้องขอ แม้ว่าประเทศนั้นไม่ได้มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย
โดยให้ประเทศผู้ร้องขอทำคำรับรอง ที่จะปฏิบัติต่างตอบแทนกับรัฐบาลไทย เเละขณะที่การกระทำผิดนั้นจะต้องเป็นความผิดตามกฎหมายไทยด้วย และความผิดดังกล่าวโทษจำคุกต้องไม่น้อยกว่า 1 ปีและไม่เป็นความผิดที่มีลักษณะทางการเมือง หรือเป็นความผิดทางทหาร
ต่อมารัฐบาลบาห์เรนจึงได้ยื่นหนังสือเอกสารประกอบคำร้องขอ พร้อมคำแปลส่งผ่านวิถีทางการทูต ขอให้รัฐบาลไทยจับกุมและคุมขังชั่วคราว นายฮาคีม สัญชาติบาห์เรนซึ่งถือหนังสือเดินทางบาห์เรน เพื่อดำเนินการส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ไปรับโทษตามคำพิพากษาที่ประเทศบาห์เรน
โดย ฮาคีม เป็นจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาที่ศาลได้พิจารณาคดีลับหลังและพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 4 ให้จำคุกเป็นเวลา 10 ปี แต่ ฮาคีม หลบหนี สำนักงานอัยการบาห์เรน จึงได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2554
จนเป็นที่มาของการจับกุมตัว ฮาคีม ขณะกำลังมาฮันนีมูนกับภรรยาที่ไทยได้ในครั้งนี้
ขั้นตอนหลังจากนี้จึงต้องดูกันว่าภายหลังที่ ฮาคีม ให้การปฏิเสธในการสอบคำให้การเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเเล้ว พยานหลักฐานของฝ่ายอัยการผู้ร้องเเละ ฮาคีม ผู้คัดค้าน จะนำสืบจนศาลมีคำสั่งไปในทิศทางใด
นี่เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมไทย!
แต่สำหรับปฏิกิริยาจากวงการลูกหนังโลกนั้น สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ในฐานะองค์กรใหญ่สุดที่รับผิดชอบกีฬาชนิดนี้ ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เรียกร้องให้ปล่อยตัวฮาคีมโดยเร็วที่สุด โดยยึดหลักกฎหมายสากล และหลักการมนุษยธรรม
เนื้อหาจดหมายของฟีฟ่ายังระบุว่า จะส่งตัวแทนเดินทางมาประเทศไทยเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทางการไทยให้ปล่อยตัวโดยเร็วที่สุด
สื่อออสเตรเลีย เอสบีเอส นับระยะเวลาหลังเกิดเหตุการจับกุมฮาคีมเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ถึงช่วงที่ฟีฟ่าออกมาเคลื่อนไหวครั้งแรกว่าใช้เวลา 45 วัน ขณะที่สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย(เอเอฟซี) ใช้เวลา 63 วัน จึงได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ปล่อยตัวแข้งบาห์เรน เมื่อวันที่ 29 มกราคม
ระยะเวลาดังกล่าว เอสบีเอสระบุว่า ค่อนข้างช้าเมื่อพิจารณาถึงระเบียบของสหพันธ์ว่าด้วยเรื่องการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน พร้อมตั้งคำถามว่าการที่ 2 องค์กรใหญ่ระดับโลกและระดับทวีปเคลื่อนไหวช้านั้นเป็นเพราะผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องด้วยไม่ต้องการให้มีปัญหากับบาห์เรน หนึ่งในชาติตะวันออกกลางหรือไม่?
ด้านสหพันธ์ฟุตบอลแห่งออสเตรเลียได้ยกเลิกแผนส่งนักเตะทีมชาติชุดยู-23 มาอุ่นเครื่องกับทีมชาติจีนที่ไทย เป็นส่วนหนึ่งของแผนเตรียมทีมสู้ศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียชุดยู-23
เกรแฮม อาร์โนลด์ โค้ชทีมชาติแดนจิงโจ้กล่าวว่า ทีมซอคเกอร์รูส์(ฉายาของออสเตรเลีย) อยู่เคียงข้างฮาคีม โดยหลังจากเดินทางกลับจากศึกเอเชี่ยนคัพ 2019 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็ได้มีการปรับแผนต่างๆ เพื่อรับกับสถานการณ์ขณะนี้ทันที
สหพันธ์ฟุตบอลออสเตรเลียยังเป็นโต้โผในการเปิดระดมทุนหารายได้สมทบแคมเปญ ช่วยเหลือฮาคีม อัล อาไรบี เพื่อเป็นทุนในการดำเนินการด้านต่างๆ รวมถึงเป็นการสร้างความตื่นตัวในหมู่แฟนบอลและคนในแวดวงลูกหนังทั่วโลก
ในระดับบุคคลได้มีบุคลากรในแวดวงลูกหนังออกมาเคลื่อนไหวเช่นกัน โดย เคร็ก ฟอสเตอร์ อดีตกัปตันทีมชาติออสเตรเลีย ซึ่งเคยค้าแข้งกับทีมพอร์ตสมัธและคริสตัล พาเลซ ในอังกฤษ ร้องขอให้องค์กรกีฬาโลกกดดันทั้งบาห์เรนและไทยเพื่ออิสรภาพของฮาคีม โดยอาศัยการกดดันรัฐบาลไทยทางอ้อมผ่านการตัดสิทธิหรือบอยคอตการเป็นเจ้าภาพกีฬาระดับนานาชาติต่างๆ หากไม่สามารถรับรองความปลอดภัยของแข้ง ผู้ลี้ภัยรายนี้ได้
นอกจากนี้ บรรดาแข้งซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกหลายคนต่างก็ออกมาหนุนให้ไทยปล่อยตัวฮาคีมกลับออสเตรเลียเช่นกัน อาทิ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ตำนานกองหน้าของเชลซี, แกรี่ ลินีเกอร์ และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ รวมถึง เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าสิงโตคำรามชุดปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่จะแสดงออกผ่านทางการติดแฮชแท็ก #SaveHakeem ในโซเชียลมีเดียของแต่ละคน
นับวันยิ่งมีความพยายามเคลื่อนไหวเรียกร้องมากขึ้น พร้อมๆกับการกระตุ้นให้องค์กรกีฬาระดับนานาชาติกดดันไทยตามขอบเขตที่จะทำได้
คดีฮาคีมจะได้ข้อสรุปที่จุดไหน เป็นเรื่องที่คนทั้งโลกจับตา

