สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม นายเบรตต์ แมคเกอร์ค ทูตพิเศษประจำรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพื่อต่อต้านกลุ่มกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) เผยว่า ภายใต้มาตรการที่นำโดยสหรัฐอเมริกาในอิรักและซีเรียที่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยข่าวกรองและกองกำลังท้องถิ่นมากขึ้น ทำให้ไอเอสไม่สามารถยึดพื้นที่เพิ่มขึ้นได้เป็นจำนวนมากนับตั้งแต่ยึดเมืองรามาดีในอิรักเมื่อปี 2558 และเสียเมืองคืนในเดือนธันวาคม
นายแมคเกอร์คกล่าวว่า กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม “มีขนาดเล็กลงและหันมาใช้มาตรการเชิงรับมากขึ้น”
ขณะที่ไอเอสยังคงควบคุมเมืองโมซุลในอิรักและรอกเกาะห์ในซีเรีย และสร้างภัยคุกคามนอกอาณาเขตมากขึ้น อาทิ กรณีที่ไอเอสอ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีกรุงปารีส ฝรั่งเศส และกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม แต่ทูตพิเศษสหรัฐกล่าวว่า ความพยายามของกองกำลังผสมที่นำโดยสหรัฐในการยึดคืนโมซุลและรอกเกาะห์กำลังคืบหน้า
นายแมคเกอร์คระบุว่า มีการโจมตีอย่างแม่นยำในโมซุลเกือบทุกวัน และเมื่อไม่นานมานี้ มีปฏิบัติการโจมตีที่ทำลายแหล่งเก็บเงินสดของไอเอสในโมซุล ทำให้ไอเอสสูญเสียเงินในกองทุนหลายล้านเหรียญสหรัฐ จนนำไปสู่การตัดงบประมาณค่าเหนื่อยของนักรบลงครึ่งหนึ่ง

