สงครามอัฟกันปี 2561 ทำสถิติมีพลเรือนตายสูงสุด ส่วนใหญ่เกิดจากระเบิดฆ่าตัวตาย

รอยเตอร์

สำนักข่าวเอเอฟพีเปิดเผยรายงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ระบุว่า ปี 2561 ที่ผ่านมา จำนวนพลเรือนที่ต้องจบชีวิตในสงครามอัฟกานิสถานมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามอัฟกานิสถานเกิดขึ้นเมื่อเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา

โดยรายงานของยูเอ็นระบุว่า จำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตในสงครามอัฟกานิสถาน ปี 2561 เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ถึง 11 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 3,804 ราย และบาดเจ็บ 7,189 คน ท่ามกลางการก่อเหตุด้วยการระเบิดฆ่าตัวตายและวางระเบิดที่เกิดขึ้นทั่วประเทศอัฟกานิสถาน

ข่าวระบุว่า จำนวนความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในปี 2561 สอดคล้องกับจำนวนตัวเลขของผู้เสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากการโจมตีที่มีเป้าหมายเป็นพลเรือนเป็นหลัก โดยส่วนใหญ่เป็นการก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายของกลุ่มพันธมิตรกับกลุ่มทาลิบันหรือกลุ่มกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส)

โดยนายทามามิชิ ยามาโมโต หัวหน้ายูเอ็นประจำอัฟกานิสถานเปิดเผยว่า ถึงเวลาที่จะยุติความทุกข์ยากและโศกนาฏกรรมต่อมนุษย์ และหนทางที่ดีที่สุดในการหยุดการเข่นฆ่าและทำให้ผู้คนได้รับบาดเจ็บ คือการหยุดการต่อสู้

ข่าวรอบด้าน กับ Line@มติชนนิวส์รูม คลิกเป็นเพื่อนกัน ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

รายงานของยูเอ็นระบุว่า ปี 2561 เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายขึ้นในอัฟกานิสถานอย่างนอ้ย 65 ครั้ง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่กรุงคาบูล และทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตจากระเบิดฆ่าตัวตายถึงกว่า 2,200 ราย นอกจากนี้ การก่อเหตุโจมตีทางอากาศโดยกองทัพสหรัฐและอัฟกานิสถาน ที่เพิ่มขึ้น ยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นในปี 2561 ด้วย โดยมีพลเรือนเสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถึงกว่ 500 ราย ซึ่งถือว่ามากที่สุดนับตั้งแต่เกิดสงครามอัฟกานิสถานขึ้น

ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวมีขึ้น 1 วันก่อนหน้าที่สหรัฐอเมริกาและกลุ่มทาลิบัน กลุ่มติดอาวุธในอัฟกานิสถาน จะเปิดการเจรจาขึ้นในรอบใหม่เพื่อหาทางยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถาน ในการเจรจาที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ หลังจากสถานการณ์ในอัฟกานิสถานเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยตัวเลขของยูเอ็นระบุด้วยว่า ในช่วงสงคราม 10 ปีที่ผ่านมา มีพลเรือนต้องจบชีวิตจากเหตุรุนแรงอย่างน้อย 32,000 ราย และบาดเจ็บอีกราว 60,000 คน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon