กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กำหนดจัดโครงการ “กรมการกงสุลสัญจร” ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 17-19 มีนาคม 2562 โดยมีนายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุลพร้อมคณะผู้บริหารเข้าร่วม
การจัดโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ การขับเคลื่อนภารกิจกงสุลเชิงรุกในระดับท้องถิ่น โดยการร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชนและสถาบันการศึกษา การให้บริการที่เข้าถึงประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ในด้านการจัดทำหนังสือเดินทาง รวมทั้งการให้ความรู้และข้อมูลด้านกงสุลที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเกี่ยวกับการเดินทางไปต่างประเทศ ทั้งในด้านการทำงาน ท่องเที่ยว ประกอบธุรกิจ และการศึกษาเล่าเรียน
กิจกรรม “กรมการกงสุลสัญจร” ครั้งนี้ ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ
- การหารือร่วมกับผู้บริหารภาครัฐและภาคเอกชนของจังหวัด ทั้งในประเด็นความร่วมมือเชิงนโยบายและการปฏิบัติที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและส่งเสริมการประกอบธุรกิจในพื้นที่ (Ease of Doing Business) อาทิ การพัฒนาระบบงานนิติกรณ์เอกสารเพื่อส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ลดขั้นตอน และภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน การตรวจลงตราแก่คนต่างชาติเพื่อส่งเสริมการประกอบธุรกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยจะมีการพบหารือประธานหอการค้าจังหวัดและภาคเอกชนในวันที่ 18 มีนาคม และการพบหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในวันที่ 19 มีนาคม
- การจัดหน่วยบริการหนังสือเดินทางเคลื่อนที่แก่ประชาชน ระหว่างวันที่ 18-22 มีนาคม ณ อาคารศูนย์แสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP อำเภอเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชและใกล้เคียงเข้าถึงบริการของภาครัฐได้อย่างทั่วถึง
- การให้ข้อมูลความรู้ด้านการดูแลและคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ ในเรื่องการเตรียมตัวสำหรับคนไทยที่ประสงค์จะไปทำงาน ศึกษาต่อ และเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ รวมทั้งข้อมูลด้านอื่นๆ โดยการจัดบรรให้ความรู้ในหัวข้อ “ข้อควรรู้ในการเตรียมตัวไปศึกษาและทำงานในต่างประเทศ” ในวันที่ 18 มีนาคม เวลา 13.30-15.00 น. ณ อาคารเรียนรวม 3 ห้อง 3201 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ทั้งนี้ประชาชนที่ต้องการมาทำหนังสือเดินทาง สามารถเตรียมเอกสารประกอบการยื่นคำร้อง ได้ดังนี้
กรณีผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง ที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักที่ยังไม่หมดอายุและไม่ถูกยกเลิก
กรณีผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์)
- บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง กรณีอายุยังไม่ถึง 15 ใช้สูติบัตรฉบับจริง ที่มีเลขประจำตัวประชาชนผู้เยาว์ 13 หลัก หรือผู้เยาว์อายุ 7 ปีขึ้นไป ที่มีบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว ให้ใช้บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง
- ทะเบียนบ้านหรือทะเบียนบ้านที่มีชื่อผู้ยื่นคำร้องถูกต้อง ไม่อยู่ระหว่างการย้ายหรืออยู่ในทะเบียนบ้านกลางหรือขัดข้องด้วยเหตุอื่น
- บัตรประจำตัวประชาชนของบิดาและมารดาฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ
- บิดาและมารดาต้องมาลงนามให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์ทั้งสองคน
4.1กรณีบิดาและมารดามิได้จดทะเบียนสมรสและผู้เยาว์อยู่ในความอุปการะของมารดาแต่
ผู้เดียวให้มารดาเป็นผู้ลงนามพร้อมแสดงหนังสือรับรองการปกครองบุตรที่ออกโดยอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นฉบับจริง
4.2กรณีบิดาและมารดาจดทะเบียนหย่า ให้ผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์แต่ผู้เดียวที่ระบุในบันทึกการหย่าเป็นผู้ลงนามให้ความยินยอมพร้อมกับบันทึกการหย่าฉบับจริง
4.3กรณีบิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมได้ ให้ผู้นั้นทำหนังสือยินยอมจากอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นฉบับจริง และนำมาแสดง
5.ใบเปลี่ยนชื่อหรือสกุลของผู้เยาว์ บิดาและมารดา ฉบับจริง (หากมี)
ค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทาง
• ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง 1,000 บาท
• ค่าส่งไปรษณีย์ (EMS) 40 บาท
คำแนะนำ
1. ผู้รับบริการจะได้รับหนังสือเดินทางทางไปรษณีย์ภายใน 2 สัปดาห์ โดยกรมการกงสุลจะจัดส่งตามที่อยู่ที่ผู้รับบริการระบุไว้ ทั้งนี้ ขอให้ผู้รับบริการกรอกที่อยู่ไปรษณีย์ให้ถูกต้องชัดเจน เพื่อป้องกันการสูญหาย และความล่าช้าในการจัดส่ง กรณีไม่ได้รับเล่มหนังสือเดินทางตามกำหนดโปรดติดต่อฝ่ายไปรษณีย์ กองหนังสือเดินทาง โทร 022035000 ต่อ 32451 หรือ 32452
2. ผู้มีหนังสือเดินทางอายุใช้งานเหลือ 6 เดือน หรือ น้อยกว่า ควรขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ โดยนำหนังสือเดินทางเล่มเดิมมายกเลิกด้วย

