
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายเดวิด ทิปเปิ้ล กรรมการผู้จัดการบริษัท กันซิตี้ ตัวแทนจำหน่ายอาวุธปืน เปิดแถลงข่าวที่เมืองไครส์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุมือปืนผิวขาวชาวออสเตรเลียก่อเหตุกราดยิงโจมตีมัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ชเมื่อบ่ายวันเสาร์(16 มี.ค.)ที่ผ่านมา เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 50 ราย โดยยืนยันว่าทางบริษัทได้ขายอาวุธปืนผ่านการสั่งซื้อทางออนไลน์ให้กับนายเบรนตัน ทาร์แรนท์ มือปืนก่อเหตุกราดยิงมัสยิดจริง ซึ่งเป็นอาวุธปืนจำนวน 4 กระบอก พร้อมกระสุนปืน

“เราไม่พบสิ่งผิดปกติใดเกี่ยวกับผู้ถือใบอนุญาต” และว่า เขาจะยังคงขายอาวุธปืนให้กับมีผู้ใบอนุญาตครอบครองปืนเช่นเดียวกับมือปืนรายนี้ต่อไป
เมื่อถูกถามว่าเขารู้สึกถึงความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ด้วยหรือไม่ นายทิปเปิ้ลกล่าวตอบว่า “ไม่, ผมไม่รู้สึก” พร้อมชี้ว่าเป็นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องตรวจสอบการยื่นขอใบอนุญาตถือครองอาวุธปืนเอง
อย่างไรก็ตามในการแถลงข่าว นายทิปเปิ้ลกล่าวว่าอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติแบบทหาร (เอ็มเอสเอสเอ) ที่มือปืนรายนี้ใช้ในการก่อเหตุ ไม่ได้มาจากร้านของตน
“เราไม่ได้ขายปืนไรเฟิลที่เขาใช้ในการก่อเหตุโจมตีครั้งนี้ ผมดูวิดีโอแล้ว เห็นปืนไรเฟิล ผมรู้เลยว่ามันมาจากไหน หากซีเรียลนัมเบอร์เป็นอย่างที่ผมคิด มันไม่ได้มาจากร้านกันซิตี้แน่นอน”

ทิปเปิ้ลยังบอกอีกว่า มือปืนรายนี้ได้ใบอนุญาตครอบครองปืนประเภท A ในเดือนพฤศจิกายนปี 2560 และเขาได้ซื้อปืน 4 กระบอกภายใน 4 เดือนทางออนไลน์ ซึ่งทางกันซิตี้มีบันทึกการซื้อขายปืนของนายทาร์แรนท์และได้ให้รายละเอียดข้อมูลในเรื่องนี้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่แล้ว และว่าทางร้านจะปฏิบัติตามกฎหมาย หลังจากนายกรัฐมนตรี จาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์ ออกมาประกาศในวันเดียวกันนี้ว่ารัฐบาลจะดำเนินการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืนให้มีความเข้มงวดรัดกุมมากขึ้น หลังจากเกิดเหตุกราดยิงสะเทือนขวัญชาวนิวซีแลนด์และชาวโลกครั้งนี้
