สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 มีนาคม บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ส์ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รายงานผลประกอบการประจำปี 2018 ว่า มีกำไรเพิ่มสูงขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ อันเป็นผลมาจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในตลาดประเทสจีนและธุรกิจสมาร์ทโฟนที่เติบโตมากขึ้น
รายงานของหัวเว่ย ระบุว่า ผลประกอบการปี 2018 ของหัวเว่ย มีกำไรอยู่ที่ 59,300 ล้านหยวน (ราว 2.8 แสนล้านบาท) โดยรายได้ของหัวเว่ยเพิ่มขึ้น 19.5 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 721,200 ล้านหยวน ขณะที่เมื่อปี 2017 หัวเว่ยมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 28 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2016 ที่มีกำไรเพิ่มขึ้น 0.4 เปอร์เซ็นต์
ข่าวระบุว่า ธุรกิจของหัวเว่ยยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะต้องเจอกับมรสุมเรื่องความเชื่อมั่นจากหลายประเทศ หลังจากสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่าอุปกรณ์เครือข่ายโทรคมนาคมของหัวเว่ย ถูกรัฐบาลจีนใช้เพื่อการจารกรรมข้อมูล และสหรัฐยังเรียกร้องให้พันธมิตรแบนการใช้เครือข่าย 5จี ของหัวเว่ยด้วย
ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารอาวุโสของหัวเว่ย กล่าวว่า ความพยายามในการกดดันหัวเว่ยของสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อยอดขายของหัวเว่ยเพียงน้อยนิด และดูเหมือนหลายประเทศไม่ได้ทำตามที่สหรัฐเรียกร้องให้แบนหัวเว่ยแต่อย่างใด
ข่าวรอบด้าน กับ Line@มติชนนิวส์รูม คลิกเป็นเพื่อนกัน ได้ที่นี่

โดยแถลงการณ์ฉบับเต็ม เกี่ยวกับผลประกอบการของหัวเว่ย มีดังนี้
หัวเว่ยเผยผลประกอบการประจำปี 2561 มั่นใจโอกาสเติบโต แม้ต้องเผชิญอุปสรรค
พร้อมหนุนลูกค้าและประเทศต่างๆ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
เซินเจิ้น, จีน / 29 มีนาคม 2562 – วันนี้ หัวเว่ยได้เผยรายงานประจำปี 2561 พบบริษัทยังคงมีการเติบโตทางธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 721.2 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 19.5% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 59.3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 25.1% จากปีก่อนหน้า
ในปี 2561 หัวเว่ยได้มีการลงทุนทางด้านวิจัยและพัฒนาเป็นจำนวนเงิน 101.5 พันล้านหยวน (คิดเป็น 14.1% ของรายได้) ถือเป็นบริษัทที่ทุ่มงบประมาณในด้านการวิจัยและพัฒนามากที่สุดเป็นอันดับที่ห้าของโลกตามข้อมูลของ 2018 EU Industrial R&D Investment Scoreboard โดยในช่วงสิบปีที่ผ่านมา การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาของหัวเว่ยได้เพิ่มสูงขึ้นกว่า 480 พันล้านหยวน และตามข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่โดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ในปี 2561 หัวเว่ยได้ยื่นขอสิทธิบัตรรวมทั้งสิ้น 5,405 รายการ ซึ่งสูงเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาบริษัททั้งหมดทั่วโลก
มร. กัว ผิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หมุนเวียนตามวาระ ของหัวเว่ย กล่าวระหว่างการแถลงผลประกอบการประจำปีว่า “เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลได้เข้าไปมีบทบาทในทุกอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นดิจิทัลและอัจฉริยะ อันเป็นแรงขับเคลื่อนที่อยู่เบื้องหลังเศรษฐกิจดิจิทัลของเรา ด้วยการลงทุนในด้านนวัตกรรม 5G อย่างมหาศาลและต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการติดตั้งใช้งานเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ดีที่สุดในโลก และตลอดทั้งกระบวนการนี้ หัวเว่ยจะปฏิบัติตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเคร่งครัดเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ในขณะที่เราทำงานเพื่อบรรลุสู่เป้าหมายนี้ เราก็ได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่า ความปลอดภัยทางไซเบอร์และการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา เรามั่นใจว่าบริษัทต่างๆ ที่เลือกทำงานกับหัวเว่ยจะมีศักยภาพในการแข่งขันมากที่สุดในยุค 5G และประเทศที่เลือกทำงานกับหัวเว่ยจะได้รับประโยชน์จากคลื่นการเติบโตลูกต่อไปในเศรษฐกิจดิจิทัล”
มร. กัว เน้นว่า “วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำลายป้อมปราการคือการโจมตีจากภายใน ส่วนวิธีที่ง่ายที่สุดในการเสริมกำลังการทำลายก็คือ การโจมตีจากด้านนอก จากนี้ต่อไป เราจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อกำจัดสิ่งรบกวนภายนอก พัฒนาการบริหารจัดการ และสร้างความก้าวหน้าไปสู่เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของเรา เราจะดำเนินการปรับปรุงการปฏิบัติตามกฎระเบียบให้รัดกุมยิ่งขึ้น สร้างความมั่นใจว่าธุรกิจมีความต่อเนื่องและยั่งยืน และสร้างระบบนิเวศแบบเปิดที่ผู้เล่นทุกคนสามารถทำงานไปด้วยกันและประสบความสำเร็จร่วมกัน นอกจากนี้ เราจะยังดำเนินการปรับเปลี่ยนองค์กรเพื่อสร้างแรงบันดาลใจสู่ความมุ่งมั่นและพลังใจที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมตลอดทั้งองค์กร”
ในธุรกิจโทรคมนาคม หัวเว่ยได้เปิดตัวโซลูชั่น 5G และ SoftCOM AI ล่าสุด โดยมุ่งเน้นการใช้งานและการบำรุงรักษาที่เรียบง่ายที่สุด ในปี 2561 ยังได้เห็นนวัตกรรมด้านต่าง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ บรอดแบนด์บ้านระดับพรีเมี่ยม และอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถคว้าโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ ยอดขายของกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมของหัวเว่ยในปี 2561 มีมูลค่าสูงถึง 294 พันล้านหยวนใกล้เคียงกับปีก่อน
ในส่วนธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ของหัวเว่ยยังคงให้บริการคลาวด์, บิ๊กดาต้า, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโซลูชั่น IoT รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับศูนย์ข้อมูล, สตอเรจแบบ All-Flash และ WiFi โดยผสานเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัล หัวเว่ยได้ช่วยสร้างเมืองอัจฉริยะ เมืองปลอดภัย และสมาร์ทแคมปัสมากมาย และช่วยขับเคลื่อนลูกค้าทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล ทั้งในภาคการเงิน การขนส่ง และพลังงาน ในปี 2561 รายได้ยอดขายของธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ของหัวเว่ยอยู่ที่ 74.4 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 23.8% จากปีก่อนหน้า
ส่วนธุรกิจคลาวด์ หัวเว่ยได้เปิดตัวบริการคลาวด์ 160 รายการและโซลูชั่นอีก 140 รายการ และทำงานร่วมกับพันธมิตรต่างๆ เพื่อให้บริการลูกค้าทั่วโลก ด้วยโซนที่พร้อมใช้งาน 40 โซนใน 23 ภูมิภาค โดยในกลุ่มนี้ หัวเว่ยมีพันธมิตรมากขึ้นกว่า 6,000 รายแล้ว และมีโครงการค้นคว้าหานวัตกรรมการใช้งานบริการ AI กว่า 200 โครงการ ครอบคลุม 10 อุตสาหกรรมหลัก
สำหรับธุรกิจคอนซูเมอร์ หัวเว่ยสามารถครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกได้มากขึ้น และยกระดับตำแหน่งทางการตลาดของดีไวซ์ระดับไฮเอนด์ให้ขยับขึ้นไปได้อีก นอกจากนี้ยังประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในการสร้างระบบนิเวศอัจฉริยะรองรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ในปี 2018 รายได้ในธุรกิจคอนซูเมอร์ของหัวเว่ยมีมูลค่าสูงถึง 348.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 45.1% จากปีก่อน
งบการเงินในรายงานประจำปี 2561 ได้รับการตรวจสอบโดย KPMG ซึ่งเป็นบริษัทด้านการบัญชีที่ใหญ่หนึ่งในสี่ของโลก (Big Four)

