เมื่อวันที่ 29 มีนาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เสียงส่วนใหญ่ของสภาสามัญหรือสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษ ลงมติด้วยคะแนนเสียง 344 ต่อ 286 เสียง ปฏิเสธร่างความตกลงว่าด้วยกระบวนการพ้นจากสมาชิกภาพของสหภาพยุโรป (อียู) หรือที่เรียกกันว่า ร่างเบร็กซิท ซึ่งนายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ นำเสนอสู่การพิจารณาเป็นรอบที่ 3
หลังการลงมติ นางเมย์ กล่าวต่อที่ประชุมสภาระบุว่า สมาชิกสภาที่ลงมติคัดค้านร่างความตกลงดังกล่าวนี้ จะต้องเสียใจเมื่อย้อนกลับมาคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เพราะทำให้หลงเหลือเวลาอีกเพียง 14 วันจะถึงเส้นตายเบร็กซิทในวันที่ 12 เมษายน โดยที่ยังไม่มีแนวทางเลือกใดๆ เหลือไว้ให้ดำเนินการอีกแล้ว
นายกรัฐมนตรีอังกฤษระบุว่า สภานี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าการดำเนินการเบร็กซิทมาถึงทางตัน ไม่มีทางเลือกใดที่จะได้รับความเห็นชอบด้วยเสียงส่วนใหญ่จากสภาแล้วภายใต้เงื่อนไขว่าต้องมีความตกลงกับอียู และต้องไม่คงอยู่กับอียูอีกต่อไป แต่ไม่มีทางเลือกไหนที่ได้รับความเห็นชอบเลย
ขณะเดียวกัน เอเอฟพีรายงานว่า โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรป ออกมาเตือนหลังทราบผลมติล่าสุดในสภาอังกฤษว่า โอกาสที่จะเกิดสถานการณ์ “โนดีล เบร็กซิท” มีความเป็นไปได้สูงมากแล้ว

