เมื่อวันที่ 30 มีนาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษและคณะรัฐมนตรี กำลังหาทางผลักดันให้ร่างข้อตกลง “เบร็กซิท” ที่รัฐบาลตนเองตกลงไว้กับสหภาพยุโรป(อียู) กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาสามัญเป็นครั้งที่ 4 หลังจากวันศุกร์(29 มี.ค.)ที่ผ่านมา สมาชิกสภาสามัญโหวตคว่ำร่างข้อตกลงเบร็กซิทของนางเมย์ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ด้วยคะแนนเสียงคัดค้าน 344 ต่อ 286 เสียง ในวันเดียวกับที่เป็นกำหนดเส้นตายเดิมที่ เบร็กซิท หรือการถอนตัวออกจากอียูของอังกฤษจะมีผลอย่างเป็นทางการ แต่ฝ่ายอียูยอมเลื่อนกำหนดเส้นตายดังกล่าวออกไปให้ตามคำขอของรัฐบาลนางเมย์
โดยนางเมย์กล่าวในที่ประชุมสภาว่าตนจะเดินหน้าทำให้การเบร็กซิทเป็นไปอย่างเรียบร้อย และว่า อังกฤษต้องการแนวทางเลือกที่จะก้าวต่อไป ซึ่งมีรายงานว่าสมาชิกสภาสามัญอังกฤษจะทำการโหวตถึงแนวทางเลือกเรื่องเบร็กซิทอีกครั้งในวันที่ 1 เมษยนนี้ และจะทำการโหวตถึงความเป็นไปได้ในแนวทางเลือกดังกล่าวอีกรอบที่เรียกว่า อินดิเคทีฟ โหวต ในวันที่ 3 เมษายน
แหล่งข่าวในทำเนียบนายกรัฐมนตรีชี้ว่านางเมย์พยายามจะหาเสียงสนับสนุนร่างข้อตกลงเบร็กซิทจากส.ส.ในสภาต่อไป โดยยืนยันว่าความพยายามนี้มาถูกทางแล้ว เนื่องจากเสียงส่วนต่างที่นางเมย์พ่ายแพ้ในสภาเรื่องร่างข้อตกลงเบร็กซิทของตนเองนั้นลดลงจาก 149 เสียงในการโหวตครั้งก่อน แต่ในครั้งนี้ลดลงเหลือเพียง 58 เสียงเท่านั้น ซึ่งนางเมย์เชื่อว่าจะโน้มน้าวส.ส.ในพรรคอนุรักษ์นิยมให้ยอมหันมาสนับสนุนร่างข้อตกลงนี้ได้
ข่าวแจ้งว่าหลังจากนี้นางเมย์จะต้องชี้แจงต่ออียูว่าจะดำเนินการเรื่องเบร็กซิทอย่างไรต่อไป โดยนายโดนัลด์ ทัสค์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้เรียกประชุมฉุกเฉินผู้นำชาติอียูที่กรุงบรัสเซลส์ในวันที่ 10 เมษายนนี้ เพื่อหารือเรื่องเบร็กซิทของอังกฤษ หลังจากอียูกำหนดเส้นตายในวันที่ 12 เมษายนนี้ในการให้อังกฤษประกาศการตัดสินใจของตนเองเรื่องแผนการเบร็กซิท ที่ตอนนี้มีความเป็นไปได้อยู่ 2 ทางเลือก คือ 1.การทำเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลง หรือ “โน-ดีล” หรือ 2.การขอให้มีการขยายเวลาการทำเบร็กซิทออกไป ที่ในแนวทางหลังจะทำให้อังกฤษจะต้องเข้าร่วมในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรปที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 พฤษภาคมนี้ด้วย

